<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<?xml-stylesheet href="http://feeds.feedburner.com/~d/styles/rss2full.xsl" type="text/xsl" media="screen"?><?xml-stylesheet href="http://feeds.feedburner.com/~d/styles/itemcontent.css" type="text/css" media="screen"?><rss xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:feedburner="http://rssnamespace.org/feedburner/ext/1.0" version="2.0">

<channel>
	<title>อ่าน</title>
	
	<link>http://www.readjournal.org</link>
	<description>วารสารรายสามเดือนเพื่อการอ่าน</description>
	<pubDate>Mon, 06 Oct 2008 09:01:26 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.6.1</generator>
	<language>en</language>
	<xhtml:meta xmlns:xhtml="http://www.w3.org/1999/xhtml" name="robots" content="noindex" />
		<atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="self" href="http://feeds.feedburner.com/readjournal" type="application/rss+xml" /><item>
		<title>รับฟังวงเสวนา: ภารกิจของการวิจารณ์วรรณกรรมและภาพยนตร์</title>
		<link>http://feeds.feedburner.com/~r/readjournal/~3/403509166/</link>
		<comments>http://www.readjournal.org/2008/09/audio_read/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 26 Sep 2008 06:38:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ประเด็น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.readjournal.org/?p=219</guid>
		<description><![CDATA[“เขาวงกตของการอ่าน และกิจที่ไม่เสร็จของการวิจารณ์”
โดย อิสระ ชูศรี

“ทางตันของงานวิจารณ์ภาพยนตร์: ขาเชียร์พีอาร์ + คุรุแก่กล้า VS คนเศร้าเพราะรัก (หนังเล็ก)”
โดย อาดาดล อิงคะวณิช
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3>“เขาวงกตของการอ่าน และกิจที่ไม่เสร็จของการวิจารณ์”</h3>
<p>โดย อิสระ ชูศรี</p>
<h3>“ทางตันของงานวิจารณ์ภาพยนตร์: ขาเชียร์พีอาร์ + คุรุแก่กล้า VS คนเศร้าเพราะรัก (หนังเล็ก)”</h3>
<p>โดย อาดาดล อิงคะวณิช</p>
<p>ฟังที่นี่</p>
<p><a href="http://www.imeem.com/people/zRqsiRF/music/vbWxVyDh/rj_1mp3/">Readjournal 1.</a></p>
<p><a href="http://www.imeem.com/people/zRqsiRF/music/U43JxU-U/rj_2mp3/">Readjournal 2.</a></p>
<p><a href="http://www.imeem.com/people/zRqsiRF/music/YqEek8xQ/rj_3mp3/">Readjournal 3.</a></p>
<p><a href="http://www.imeem.com/people/zRqsiRF/music/JMkDDVde/rj_4mp3/">Readjournal 4.</a></p>
<div class="feedflare">
<a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=JEBlL"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=JEBlL" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=oR5Il"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=oR5Il" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=5ulFl"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=5ulFl" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=quwDL"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=quwDL" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=f5vTl"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=f5vTl" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=2P3dL"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=2P3dL" border="0"></img></a>
</div><img src="http://feeds.feedburner.com/~r/readjournal/~4/403509166" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.readjournal.org/2008/09/audio_read/feed/</wfw:commentRss>
		<feedburner:origLink>http://www.readjournal.org/2008/09/audio_read/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>ขอเชิญร่วมเสวนา: ภารกิจของการวิจารณ์วรรณกรรมและภาพยนตร์</title>
		<link>http://feeds.feedburner.com/~r/readjournal/~3/364623676/</link>
		<comments>http://www.readjournal.org/2008/08/readjournal-seminar/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 14 Aug 2008 04:42:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ประเด็น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.readjournal.org/?p=210</guid>
		<description><![CDATA[พบกับนักเขียนและบรรณาธิการแห่งวารสาร “อ่าน” อิสระ ชูศรี อาดาดล อิงคะวณิช และไอดา อรุณวงศ์ ที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ 28 สิงหาคม 2551]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ศูนย์วิจัยทางมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ วารสาร “อ่าน” ขอเชิญร่วมเสวนาว่าด้วย</p>
<h3>ภารกิจของการวิจารณ์วรรณกรรมและภาพยนตร์</h3>
<p>พบกับ</p>
<h3>“เขาวงกตของการอ่าน และกิจที่ไม่เสร็จของการวิจารณ์”</h3>
<p>โดย อิสระ ชูศรี</p>
<h3>“ทางตันของงานวิจารณ์ภาพยนตร์: ขาเชียร์พีอาร์ + คุรุแก่กล้า VS คนเศร้าเพราะรัก (หนังเล็ก)”</h3>
<p>โดย อาดาดล อิงคะวณิช</p>
<p>ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นโดย ไอดา อรุณวงศ์ บรรณาธิการวารสาร “อ่าน”</p>
<p>ดำเนินการเสวนาโดย วีระศักดิ์ กีรติวรนันท์</p>
<p>วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม 2551<br />
เวลา 13.00 - 16.00 น.<br />
ณ ห้องกระจก คอมม่อนรูมริมน้ำ<br />
ชั้น 1 ตึกคณะศิลปศาสตร์<br />
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์</p>
<div class="feedflare">
<a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=kgSVKK"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=kgSVKK" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=uVuFVk"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=uVuFVk" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=OGwuak"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=OGwuak" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=vk3lNK"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=vk3lNK" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=HcbiXk"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=HcbiXk" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=cgYmRK"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=cgYmRK" border="0"></img></a>
</div><img src="http://feeds.feedburner.com/~r/readjournal/~4/364623676" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.readjournal.org/2008/08/readjournal-seminar/feed/</wfw:commentRss>
		<feedburner:origLink>http://www.readjournal.org/2008/08/readjournal-seminar/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>ข่าวฝาก: สมาคมนักเขียนฯ จัดเสวนา “อ่านอะไร ทำไมจึงอ่าน อ่านแล้วได้อะไร”</title>
		<link>http://feeds.feedburner.com/~r/readjournal/~3/361185576/</link>
		<comments>http://www.readjournal.org/2008/08/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%9d%e0%b8%b2%e0%b8%81-%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%af/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 10 Aug 2008 16:36:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ข่าวฝาก]]></category>

		<category><![CDATA[ประเด็น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.readjournal.org/?p=204</guid>
		<description><![CDATA[โครงการใหม่ล่าสุดของสมาคมนักเขียนฯ เพื่อกระตุ้นวงการนักอ่านในประเทศให้คึกคัก โดยจะจัดเสวนาต่อเนื่อง สำรวจใจนักอ่านแฟนพันธุ์แท้]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>นางชมัยภร แสงกระจ่าง นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย กล่าวถึงโครงการใหม่ล่าสุด ของสมาคมนักเขียนฯ เพื่อกระตุ้นวงการนักอ่านในประเทศให้คึกคัก โดยจะจัดเสวนาต่อเนื่อง สำรวจใจนักอ่านแฟนพันธุ์แท้ในหัวข้อ “อ่านอะไร ทำไมจึงอ่าน อ่านแล้วได้อะไร” โดยระดมพลนักอ่านแฟนนิตยสารประเภทต่างๆ มาร่วมกันเสวนาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหนังสือประเภทที่ชอบ และมุ่งหวังให้มีหนังสือเป็นอย่างไร ในประเด็นสำคัญคือ</p>
<ul>
<li>อ่านอะไร(ในความหมายถึง ทั้งนิตยสารและในหนังสือเล่มโดยทั่วไป)</li>
<li>อ่านทำไม</li>
<li>อ่านแล้วได้อะไร</li>
<li>และคาดหวังจะอ่านอะไรต่อไปในอนาคต</li>
</ul>
<p>ในการเสวนาจะจัดขึ้น ณ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย บ้านเลขที่ ๓๑ ซอยเทวรัตน์ ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี ๓๓ บางซื่อ กรุงเทพฯ โดยนายกสมาคมนักเขียนฯ ขอเชิญชวนบรรณาธิการและนักอ่านเข้าร่วมเสวนาเปิดใจและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น กันในฐานะนักอ่าน ซึ่งจัดทั้งหมด ๕ ครั้ง ครั้งละ ๓๐ คน</p>
<p>โดย ได้จัดแบ่งกลุ่มนักอ่านตามประเภทของนิตยสาร ดังนี้</p>
<h3>ครั้งที่ ๑ นักอ่านแฟนพันธุ์แท้เรื่องสังคมและการเมือง</h3>
<p>แฟนของ มติชนสุดสัปดาห์/เนชั่นสุดสัปดาห์/กรุงเทพธุรกิจ/สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์/โวต/ฟ้าเดียวกัน ฯลฯ และนักอ่านทั่วไป</p>
<p>วันเสาร์ที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๑ ๑๓.๐๐ น. - ๑๗.๐๐ น.</p>
<p>ติดต่อ สอบถามและสมัครเข้าร่วมเสวนาได้ที่ ผู้ประสานงาน ขจรฤทธิ์ รักษา ๐๘๑-๖๙๒๓๑๔๒ หรือที่เจ้าหน้าที่สมาคมฯ สราวุธ ๐๒-๙๑๐๙๕๖๕</p>
<p>ดำเนินรายการโดย<br />
เจน สงสมพันธ์/จตุพล บุญพรัด </p>
<h3>ครั้งที่ ๒ นักอ่านแฟนพันธุ์แท้เรื่องชีวิตร่วมสมัยและชีวิตนอกกรอบ (วรรณกรรม ศิลปะ ดนตรี เพลง หนัง)</h3>
<p>แฟนของ ไฟน์อาร์ต/ศิลปวัฒนธรรม/อักษรสาร/อะเดย์/อันเดอร์กราวด์/อ่าน/ไบโอสโคป/ฟิล์มแมก/ฟิ้ว/ดีดีที/สีสัน/แฮมเบอร์เกอร์/เวย์/ลัช/ราหูอมจันทร์/ช่อการะเกด/รูม/บ้านและสวน ฯลฯ และนักอ่านทั่วไป<br />
จัดวันอาทิตย์ที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๑ ๑๐.๐๐ น. - ๑๗.๐๐ น. อาหารกลางวันฟรี</p>
<p>ติดต่อ สอบถามและสมัครเข้าร่วมเสวนาได้ที่ ผู้ประสานงาน เพชรยุพา บูรณ์สิริจรุงรัฐ ๐๘๙-๙๒๗๓๑๙๖ หรือที่เจ้าหน้าที่สมาคมฯ สราวุธ ๐๒-๙๑๐๙๕๖๕</p>
<p>ดำเนินรายการโดย<br />
รักษ์มนัญญา และเพชรยุพา บูรณ์สิริจรุงรัฐ</p>
<h3>ครั้งที่ ๓ สำหรับนักอ่านแฟนพันธุ์แท้หัวใจวัยรุ่นและหนุ่มสาวทันสมัย</h3>
<p>แฟนของ ออล/เซเว่นทีน/โคโคโร/เล่มโปรด/ลิซ่า/เฟิร์ส/ชีส/อินแมกกาซีน/เดอะบอย/คลีโอ/จีเอ็ม/เอสไควร์/ครัช/แพรวสุดสัปดาห์/อินสไตล์ ฯลฯ และนักอ่านทั่วไป</p>
<p>จัดวันเสาร์ที่ ๖ กันยายน ๒๕๕๑ ๑๐.๐๐ น. - ๑๗.๐๐ น. อาหารกลางวันฟรี</p>
<p>ติดต่อ สอบถามและสมัครเข้าร่วมเสวนาได้ที่ผู้ประสานงาน เพชรยุพา บูรณ์สิริจรุงรัฐ ๐๘๙-๙๒๗๓๑๙๖ หรือที่เจ้าหน้าที่สมาคมฯ สราวุธ ๐๒-๙๑๐๙๕๖๕</p>
<p>ดำเนินรายการเสวนาโดย<br />
เพชรยุพา บูรณ์สิริจรุงรัฐ/พินิจ นิลรัตน์ </p>
<h3>ครั้งที่ ๔ สำหรับนักอ่านแฟนพันธุ์แท้ เรื่องชีวิต โลดโผน เริงรมย์ </h3>
<p>แฟนของ บางกอก/ทานตะวัน/คู่สร้างคู่สม/ภาพยนตร์บันเทิง/แปลก/กอซซิบ/ชีวิตจริง/ต่วยตูน /ฮู (who)/ซู (Zoo) ฯลฯ และนักอ่านทั่วไป</p>
<p>จัดวันอาทิตย์ที่ ๗ กันยายน ๒๕๕๑ (๑๐.๐๐ น.-๑๗.๐๐ น. อาหารกลางวันฟรี)</p>
<p>ติดต่อสอบถามและสมัครเข้าร่วมเสวนาได้ที่ ผู้ประสานงาน สัมพันธ์ ก้องสมุทร ๐๘๙-๔๔๑๓๙๗๘ หรือที่เจ้าหน้าที่สมาคมฯ สราวุธ ๐๒-๙๑๐๙๕๖๕</p>
<p>ดำเนินรายการเสวนาโดย<br />
ธาดา เกิดมงคล สัมพันธ์ ก้องสมุทร</p>
<h3>ครั้งที่ ๕ สำหรับนักอ่านแฟนพันธุ์แท้ เรื่องชีวิต ครอบครัว สาระบันเทิง</h3>
<p>แฟนของ แพรว/ดิฉัน/พลอยแกมเพชร/ขวัญเรือน/สกุลไทย /กุลสตรี/หญิงไทย/สารคดี /ฅ ฅน /ลิปส์ ฯลฯ และนักอ่านทั่วไป</p>
<p>จัดวันเสาร์ที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๕๑ ๑๐.๐๐ น.-๑๗.๐๐ น. อาหารกลางวันฟรี</p>
<p>ติดต่อ สอบถามและสมัครเข้าร่วมเสวนาได้ที่ ผู้ประสานงาน กนกวลี พจนปกรณ์ ๐๘๗-๐๕๔๒๑๗๐ หรือที่เจ้าหน้าที่สมาคมฯ สราวุธ ๐๒-๙๑๐๙๕๖๕</p>
<p>ดำเนินรายการเสวนาโดย<br />
ชมัยภร แสงกระจ่าง กนกวลี พจนปกรณ์</p>
<p>หลัง จากเสวนาทั้ง 5 ครั้งแล้ว สมาคมฯ จะจัดอภิปรายใหญ่อีกครั้งในงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ การจัดเสวนาครั้งนี้ นับเป็นการประเดิมการสัมมนานักอ่านกรุงเทพฯ หลังจากนั้นจะมีการสัมมนาแบบเดียวกันนี้ในส่วนภูมิภาคอีก โดยเวียนจัดไปตามองค์กรนักเขียนหรือสถาบันการศึกษาในส่วนภูมิภาคที่ให้ความ สนใจจะจัดร่วมกับสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ เพื่อปลุกเร้าให้เกิดความตื่นตัวในหมู่นักอ่าน หลังจากที่ปี ๒๕๕๐ ได้มีการปลุกกระแสวงการวรรณกรรมด้วยการจัดสัมมนานักเขียนสี่ภูมิภาคมาแล้ว</p>
<p>ติดต่อขอจองเข้าร่วมเสวนาได้ที่สราวุธ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ๐๒-๙๑๐๙๕๖๕/๐๘๔-๐๑๕๘๕๓๔<br />
เสวนาระหว่างเวลา ๑๐.๐๐ น. - ๑๗.๐๐ น. ยกเว้นครั้งแรก ๑๓.๐๐ - ๑๗.๐๐ น. อาหารว่างและอาหารกลางวัน ฟรี</p>
<p>กว่าชื่น บางคมบาง อาสาสมัครสมาคม<br />
ผู้ประสานงานประชาสัมพันธ์</p>
<p><a href='http://www.readjournal.org/wp-content/uploads/2008/08/register-form.pdf'>ดาว์นโหลดเอกสารลงทะเบียน</a></p>
<div class="feedflare">
<a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=Rxd7VK"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=Rxd7VK" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=bPzr3k"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=bPzr3k" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=NQn7vk"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=NQn7vk" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=cyDjqK"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=cyDjqK" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=6crzRk"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=6crzRk" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=w75hPK"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=w75hPK" border="0"></img></a>
</div><img src="http://feeds.feedburner.com/~r/readjournal/~4/361185576" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.readjournal.org/2008/08/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%9d%e0%b8%b2%e0%b8%81-%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%af/feed/</wfw:commentRss>
		<feedburner:origLink>http://www.readjournal.org/2008/08/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%9d%e0%b8%b2%e0%b8%81-%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%af/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>ชู ‘Salman Rushdie’ Best of Booker</title>
		<link>http://feeds.feedburner.com/~r/readjournal/~3/344676616/</link>
		<comments>http://www.readjournal.org/2008/07/salman-rushdie-best-of-booker/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 22 Jul 2008 18:25:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[บทความเผยแพร่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.readjournal.org/?p=57</guid>
		<description><![CDATA[หนังสือ Midnight's Children ผลงานของ Salman Rushdie คว้ารางวัลสุดยอดวรรณกรรม Best of Booker]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ที่มา: <a href="http://www.bangkokbiznews.com/2008/07/14/news_275848.php">กรุงเทพธุรกิจ</a></p>
<p>ก่อนที่งานมหกรรมหนังสือระดับโลกแฟรงก์เฟิร์ตของเยอรมนีจะเริ่มขึ้นระหว่างวันที่ 15-19 ตุลาคม 2551 นี้ งานเทศกาลหนังสือที่ยิ่งใหญ่อีกงานอย่าง London Literature Festival ของอังกฤษนับเป็นงานชิมลางที่จัดขึ้นก่อนระหว่างวันที่ 5-19 กรกฎาคม</p>
<p>ทว่าปีนี้พิเศษกว่าปีก่อนๆ ตรงที่งานดังกล่าวจะร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 40 ปี รางวัลวรรณกรรมอันทรงเกียรติของอังกฤษอย่าง The Booker Prize ที่จะทำพิธีประกาศและมอบรางวัล Best of Booker Prize ในงานนี้ด้วย&#8230;จึงน่าลุ้นว่านวนิยายเล่มใดจะคว้ารางวัลเกียรติยศแห่งงาน วรรณกรรมภาษาอังกฤษไปครองได้ในที่สุด</p>
<p>สำหรับรายชื่อนวนิยายที่ผ่านเข้ารอบ Shortlist จำนวน 6 เล่ม จากนวนิยาย Booker Prize 41 เล่มในรอบ 40 ปี ซึ่งประกาศไปแล้วเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมานั้น จะถูกนำมากล่าวขวัญถึงเพื่อเฉลิมฉลองวาระพิเศษเช่นนี้ภายในงานด้วย (สาเหตุที่มีนวนิยายถึง 41 เล่มนั้น เป็นเพราะว่ามีอยู่สองปีที่มีนวนิยายได้รับรางวัลร่วมกันสองเล่ม คือในปี 1974 และปี 1992 &#8212; <em>The Conservationist</em> ของ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Nadine_Gordimer">Nadine Gordimer</a> นักเขียนหญิงชาวแอฟริกาใต้ และ <em>Holiday</em> ของ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Stanley_Middleton">Stanley Middleton</a> นักเขียนชาวอังกฤษได้รับรางวัลร่วมกันในปี 1974 และนวนิยาย <em>The English Patient</em> ของ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Michael_Ondaatje">Michael Ondaatje</a> นักเขียนและกวีชาวแคนาดาเชื้อสายศรีลังกา และ <em>Sacred Hunger</em> ของ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Barry_Unsworth">Barry Unsworth</a> นักเขียนอังกฤษได้รับรางวัลร่วมกันเมื่อปี 1992)</p>
<p>Shortlist ทั้ง 6 เล่มที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างเข้มข้นจากนวนิยาย Booker Prize และ (กลายมาเป็น) Man Booker prize (เมื่อ Man Group เข้ามาเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ในปี 2002) นับตั้งแต่รางวัลนี้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี 1969 ได้แก่</p>
<p><em>The Ghost Road</em>, <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Pat_Barker">Pat Barker</a> - 1995 (Viking ; paperback Penguin)</p>
<p><em>Oscar and Lucinda</em>, <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Peter_Carey_(novelist)">Peter Carey</a> - 1988 (Faber &#038; Faber ; paperback Faber)</p>
<p><em>Disgrace</em>, <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/John_Maxwell_Coetzee">J.M. Coetzee</a> - 1999 (Secker &#038; Warburg ; paperback Vintage)</p>
<p><em>The Siege of Krishnapur</em>, <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/James_Gordon_Farrell">J.G. Farrell</a> - 1973 (Weidenfeld &#038; Nicolson, paperback Phoenix)</p>
<p><em>The Conservationist</em>, Nadine Gordimer - 1974 (Cape ; paperback Bloomsbury)</p>
<p><em>Midnight&#8217;s Children</em>, <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Salman_Rushdie">Salman Rushdie</a> - 1981 (Cape ; paperback Vintage)</p>
<p>เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเปิดงาน London Literature Festival ซึ่งจัดขึ้นที่ Southbank Centre ศูนย์แสดงศิลปะขนาดใหญ่ริมฝั่งแม่น้ำเทมส์ของกรุงลอนดอนนั้น ได้มีการเสวนาหาความกันถึงหนังสือที่ได้รับเกียรติสูงสุดทั้ง 6 เล่มนี้ โดยได้มีการเชื้อเชิญนักเขียนร่วมสมัยชื่อดังหลายคนรวมไปถึงผู้มีชื่อเสียง ในแวดวงศิลปะของอังกฤษมาร่วมอภิปรายกันอย่างคึกคัก</p>
<p>&#8230;และในวันที่ 10 กรกฎาคมที่เพิ่งผ่านมา ภายในงานที่ Southbank Centre ก็มีการประกาศยกย่องให้หนังสือ <em>Midnight&#8217;s Children</em> ผลงานของ Salman Rushdie เป็นสุดยอดวรรณกรรมได้รับรางวัล Best of Booker ไปในที่สุด</p>
<p>แต่ก่อนหน้านี้นั้น ประธานการอภิปรายในวันที่ 5 กรกฎาคม คือ Razia lqbal นักข่าวสายบันเทิงชื่อดังของบีบีซี โดยในงานนี้แขกผู้ร่วมอภิปรายแต่ละคนจะกล่าวขวัญถึงนวนิยายเล่มที่ตัวเอง ชื่นชอบและเชื่อว่าจะคว้า Best of Booker ไปได้</p>
<p><a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Edna_O%27Brien">Edna O&#8217;Brien</a> นักเขียนนวนิยายและเรื่องสั้นหญิงชาวไอริชวัย 78 ปี รับหน้าที่ชำแหละนวนิยาย <em>The Siege of Krishnapur</em> ของ J.G. Farrell, <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Kamila_Shamsie">Kamila Shamsie</a> นักเขียนสาวชาวปากีสถานจะกล่าวถึงมหากาพย์ยิ่งใหญ่ <em>Midnight’s Children</em> ของ Salman Rushdie ซึ่งก่อนหน้านี้ นวนิยายเล่มนี้คว้ารางวัล Booker of Booker ไปครองมาแล้วในวาระครบรอบ 25 ปีของรางวัลเมื่อปี 1993</p>
<p>Lesley Lokko นักเขียนหญิงลูกครึ่งกานา-สกอต เจ้าของนวนิยายล่าสุด <em>Bitter Chocolate</em> พูดถึง <em>The Conservationist</em> ของ Nadine Gordimer Mark Thwaite สุดยอดมือกีตาร์ของวงร็อคอังกฤษหลายวง รวมไปถึงวงโกธิคร็อคชื่อก้องอย่าง The Mission กล่าวถึง <em>Disgrace</em> ของ J.M. Coetzee และสุดท้ายแขกคนอื่นๆ ร่วมหารือกันถึง <em>Oscar and Lucinda</em> ของ Peter Carey</p>
<p>กิจกรรมจะเริ่มจากผู้ร่วมอภิปรายอ่าน เรื่องย่อจากหนังสือนวนิยาย ต่อด้วยการแสดงทัศนะส่วนตัว เพื่อสนับสนุนรวมไปถึงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเป็นไปได้ที่หนังสือเล่มนั้นๆ จะคว้า Best of Booker Prize จบรายการด้วยการถามผู้เข้าร่วมรับฟังเพื่อทายผลโหวต</p>
<p>หนังสือที่จะได้รับรางวัล Best of Booker Prize นั้น ตัดสินจากผลการโหวตของสาธารณชนจากทั่วโลกเป็นหลัก ซึ่งหลังจากมีการประกาศรายชื่อ Shortlist ทั้ง 6 เล่ม เมื่อวันที่ 12 มีนาคม Man Booker Prize ได้เปิดรับคะแนนโหวตจากนักอ่านทั่วโลกไปจนถึงเที่ยงวันที่ 8 กรกฎาคมนี้ นักอ่านที่สนใจร่วมโหวตหนังสือที่ชื่นชอบที่สุดจาก 6 เล่ม สามารถไปร่วมลงทะเบียนโหวตได้ที่ www.themanbookerprize.com/news/vote คณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่คัดสรรนวนิยาย 6 เล่มจากจำนวนนวนิยาย Booker Prize ทั้งหมด 41 เล่มในรอบ 40 ปีมาให้นักอ่านทั่วโลกร่วมกันลงคะแนนตัดสิน</p>
<p>ได้แก่ Victoria Glendinning นักเขียนชีวประวัติ นักเขียนนวนิยายและนักวิจารณ์ชื่อดังชาวอังกฤษ ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานตัดสิน ตามมาด้วยนักเขียน นักข่าว และผู้ประกาศข่าวคนดังของอังกฤษ Mariella Frostrup และ John Mullan ศาสตราจารย์ภาควิชาภาษาอังกฤษแห่ง University College, London</p>
<p>น่าสังเกตว่าหนังสือที่ผ่านเข้ารอบมา ทั้ง 6 เล่มนั้น ได้รับการตีพิมพ์ก่อนปี 2000 ทั้งหมดและนักเขียนแต่ละคนก็จัดว่าอยู่ในรุ่นลายคราม แต่ละคนล้วนมีประวัติคว้ารางวัลทรงเกียรติทางวรรณกรรมมาแล้วมากมายแทบทั้ง สิ้น โดยมีนักเขียนรางวัลโนเบลรวมอยู่ด้วย 2 คน คือ Nadine Gordimer นักเขียนหญิงชาวแอฟริกาใต้ เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมปี 1991 และ J.M. Coetzee นักเขียนโนเบลปี 2003 ซึ่ง Coetzee นั้น เคยคว้า Booker Prize มาแล้วสองสมัยในปี 1983 จากนวนิยาย <em>Life &#038; Times of Michael K</em> และในปี 1999 จาก <em>Disgrace</em> นั่นเอง</p>
<p>ส่วนนักเขียนรางวัล Booker Prize สองสมัยอีกคนที่ผ่านเข้ามา คือ Peter Carey คว้ารางวัลครั้งแรกเมื่อปี 1988 จาก <em>Oscar and Lucinda</em> และเมื่อปี 2001 จาก <em>True History of the Kelly Gang</em> นวนิยายอิงประวัติศาสตร์ยุคสร้างชาติออสเตรเลีย ซึ่งเล่าผ่านชีวประวัติขุนโจรชาวไอริชนาม Ned Kelly ที่คอภาพยนตร์บ้านเราคงรู้จักกันดี</p>
<p>นวนิยายเล่มเก๋ากึ้กที่สุดในจำนวน 6 เล่มคือ <em>The Siege of Krishnapur</em> ได้ Booker Prize ในปี 1973 ประพันธ์โดย J.G. Farrell นักเขียนชาวอังกฤษผู้เสียชีวิตไปแล้วเมื่อปี 1979 ขณะอายุเพียง 44 ปี ตามมาด้วย <em>The Conservationist</em> ของ Gordimer ซึ่งคว้า Booker Prize ไปเมื่อปี 1974</p>
<p>สำหรับ <em>The Siege of Krishnapur</em> นั้น เป็นหนึ่งในผลงานไตรภาคของนวนิยายเชิงประวัติศาสตร์ของ Farrell ซึ่งอีกสองเล่ม คือ <em>Troubles</em> และ <em>The Singapore Grip</em> นวนิยายทั้ง 3 เล่มล้วนเป็นเรื่องราวอิงประวัติศาสตร์ยุคจักรวรรดินิยมอังกฤษ (Empire Trilogy)</p>
<p>Victoria Glendinning ประธาน กรรมการวัย 71 ให้เหตุผลว่า &#8220;มันช่างเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับการย้อนไปอ่านผลงานที่ชนะเลิศ Booker Prize และ Man Booker Prize ทั้งหมดอีกครั้ง และนับเป็นเรื่องที่ยากเข็ญอย่างยิ่งในการควานหาหนังสือเข้ารอบ shortlist แต่พวกเราก็รู้สึกว่านวนิยายทั้ง 6 เล่มที่คัดเลือกมานั้น คือ นวนิยายที่ดีที่สุดที่เขียนขึ้นในรอบ 40 ปีที่ผ่านมา</p>
<p>&#8220;ซึ่งแต่ละเล่มก็จะยืนหยัดเพื่อ พิสูจน์กาลเวลาด้วยตัวมันเอง ส่วนหนังสือเล่มใดในจำนวนทั้ง 6 เล่มนี้ จะเป็นหนังสือเล่มที่สำคัญที่สุด ให้ความสำราญใจสูงสุด เพื่อเป็น Best of Booker นั้น ขึ้นอยู่กับผู้อ่านจะตัดสิน&#8221;</p>
<p>น่าเสียดายที่นวนิยายแสนประณีตงดงาม ที่โด่งดังในบ้านเราอย่าง <em>The God of Small Things</em> (<em>เทพเจ้าแห่งสิ่งเล็กๆ</em>&#8211;แปลโดย สดใส, สำนักพิมพ์ มูลนิธิเด็ก, 2550) ของนักเขียนและนักเคลื่อนไหวหญิงชาวอินเดียผู้กร้าวแกร่งแห่งยุคอย่าง อรุณธาตี รอย เจ้าของนวนิยายรางวัล Man Booker Prize ประจำปี 1997 กลับไม่ผ่านเข้าสู่รอบ shortlist</p>
<p>อีกทั้งเล่มที่ไม่เข้าตากรรมการเช่น กันยังรวมไปถึงนวนิยายชิ้นเยี่ยมอย่าง <em>The Remains of the Days</em> ของ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Kazuo_Ishiguro">Kazuo Ishiguro</a> นักเขียนอังกฤษเชื้อสายซามูไร (Booker Prize ปี 1989, แปลเป็นภาษาไทยในชื่อ <em>เถ้าถ่านแห่งวารวัน</em> โดย นาลันธา คุปต์, แพรวสำนักพิมพ์, 2549) และนวนิยายขายดี <em>Possession : A Romance</em> (Booker Prize ปี 1990 ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ออกฉายเมื่อปี 2002 ในชื่อ &#8216;Possession&#8217; นำแสดงโดย กวินเน็ธ แพลโธรว์) ของ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/A._S._Byatt">A.S. Byatt</a> กวีและนักเขียนนวนิยายหญิงโพสต์โมเดิร์นชาวอังกฤษวัย 72 ปี ผู้หาญกล้าออกมาโต้แย้งและตั้งข้อสังเกตเมื่อไม่นานมานี้ในบทบรรณาธิการของเธอในหนังสือพิมพ์ The New York Times ว่า สาเหตุที่หนังสืออย่าง <em>แฮร์รี่ พอตเตอร์</em> ของเจ.เค. โรว์ลิง ได้รับความนิยมอย่างถล่มทลายไปทั่วโลกนั้น เป็นเพราะ &#8220;มันถูกเขียนขึ้นสำหรับคนที่มีจินตนาการถูกจำกัดไว้ด้วยการ์ตูนทางโทรทัศน์ และโลกที่ถูกใส่สีให้เกินจริง (ให้ยิ่งน่าตื่นเต้น โดยไร้ความหวั่นเกรงใดๆ) ผ่านละครน้ำเน่า เรียลลิตี้ทีวี และข่าวกอสซิปคนดัง&#8221;</p>
<p>อย่างไรก็ตาม นวนิยาย Booker Prize ที่ขึ้นแท่นได้รับเครดิตไปก่อนใครเพื่อน อย่าง <em>Midnight&#8217;s Children</em> ของ Salman Rushdie ที่คว้า Booker of Booker ครั้งแรกไปเมื่อปี 1993 ในวาระครบ 25 ปีนั้น บ่อนรับแทงพนันชื่อดังของอังกฤษอย่างวิลเลี่ยม ฮิล ยกให้มหากาพย์ของ Rushdie นักเขียนชาวอังกฤษเชื้อสายอินเดียวัย 61 ผู้นี้เป็นต่อถึง 6 ต่อ 4 ในฐานะนวนิยายที่มีโอกาสคว้ารางวัลสูงสุดอีกครั้ง ส่วนอันดับสองคือผลงานของ Pat Barker นักเขียนและนักประวัติศาสตร์หญิงชาวอังกฤษวัย 65 อยู่ที่อัตรา 3 ต่อ 1 ตามมาด้วย Peter Carey นักเขียนชาวออสเตรเลียวัย 65 เป็นต่ออยู่ที่อัตรา 4 ต่อ 1</p>
<p>J.M. Coetzee (John Maxwell Coetzee) นัก เขียน นักวิจารณ์ นักวิชาการ และนักแปลวัย 68 ซึ่งเปลี่ยนสัญชาติจากแอฟริกาใต้ไปเป็นพลเมืองออสเตรเลียไปแล้วนั้นเป็นต่อ อยู่ที่ 5 ต่อ 1, Nadine Gordimer วัย 85 เป็นต่ออยู่ที่ 8 ต่อ 1 และสุดท้าย คือ J.G. Farrell ผู้วายชนม์เป็นต่ออยู่ที่ 10 ต่อ 1</p>
<p>สำหรับเรื่องราวอย่างย่อๆ ของนวนิยายภาษาอังกฤษที่โดดเด่นในรอบ 40 ปีของ Booker Prize ทั้ง 6 เล่มนั้นมีดังนี้</p>
<p>1. Pat Barker&#8217;s <em>The Ghost Road</em>, 1995</p>
<p>ปี 1918 บิลลี่ ไพรเออร์ เดินทางมาที่ประเทศฝรั่งเศสอีกครั้ง เพื่อเข้ารับการทดลองใช้วิธีบำบัดรักษา &#8216;อาการผวาสงคราม&#8217; ที่โรงพยาบาลเคร็กล็อกฮาร์ต วอร์ ซึ่งเขาเป็นคนไข้กับวิลเฟร็ด โอเวน เขามีประสบการณ์งดงามหมดจดในช่วงปลายฤดูร้อนอันแสนสุขในชนบท ก่อนที่สงครามครั้งสุดท้ายจะทำลายวงศ์วานว่านเครือของเขาหมดสิ้น ส่วนที่กรุงลอนดอน นักจิตวิทยาของไพรเออร์ คือ วิลเลี่ยม ริเวอร์ส ให้ความสนใจกับคนไข้ใหม่ของตน นั่นคือ ชายหนุ่มทั้งหลายที่ชีวิตและจิตใจแตกสลายยับเยิน เกิดนึกขึ้นมาได้ถึงเมื่อครั้งที่เขาศึกษาเรื่องมานุษยวิทยา เกี่ยวกับสังคมยุคบุพกาลบนเกาะเอ็ดดี้สโตน ก่อนสงครามจะอุบัติขึ้น</p>
<p>2. Peter Carey&#8217;s <em>Oscar and Lucinda</em>, 1988</p>
<p>เรื่องเล่าของ Oscar Hopkins ชายผู้มีชีวิตล้มเหลวในอดีตและหันเหตัวเองเข้าสู่โลกของการพนัน กับสาวน้อยชาวออสเตรเลียน Lucinda Leplastrier ทายาทเศรษฐีผู้กำลังจะซื้อโรงงานผลิตเครื่องแก้วแห่งหนึ่ง Lucinda กำลังย้ายไปยังนครซิดนีย์ด้วยความใฝ่ฝันที่จะก่อร่างสร้างฐานด้วยตัวเอง และสร้างยูโทเปียแห่งอุตสาหกรรมขึ้น Oscar พบกับ Lucinda บนเรือที่กำลังมุ่งสู่ออสเตรเลีย</p>
<p>จากนั้นทั้งสองคนพบว่า ต่างคนต่างหมกมุ่นอยู่กับการพนันขันต่อ Lucinda ท้าพนัน Oscar ว่า เขาไม่สามารถนำโบสถ์แก้วจำลองชิ้นหนึ่งจากซิดนีย์ไปส่งยังชุมชนไกลปืนเที่ยง แห่งหนึ่ง ที่ Bellingen เมืองเล็กๆ ในหุบเขาซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งรัฐนิวซ์เวลส์ขึ้นไป 400 กิโลเมตรได้ และการท้าพนันครั้งนี้เองที่เปลี่ยนแปลงชีวิตคนทั้งสองไปตลอดกาล</p>
<p>นวนิยายเรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก หนังสือ Father and Son อัตชีวประวัติของ Edmund Gosse กวีชาวอังกฤษที่บรรยายถึงความสัมพันธ์กับบิดา คือ Philip Henry Gosse นักธรรมชาติวิทยาคนดังของอังกฤษช่วงปลายศตวรรษที่ 19 เคยถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ออกฉายเมื่อปี 1997 ในชื่อเดียวกัน นำแสดงโดย เคต บลังเชตต์ และราล์ฟ ไฟนน์</p>
<p>3. J.M. Coetzee&#8217;s <em>Disgrace</em>, 1999</p>
<p>เรื่องราวของ David Lurie ศาสตราจารย์วิชาวรรณกรรมโรแมนติกประจำมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเมืองเคปทาวน์ วัย 52 ปี ผู้ผ่านการหย่าร้างมาแล้วสองครั้ง มีชีวิตโดดเดี่ยวและไม่พึงพอใจในหน้าที่การงานของตัวเอง David หาความสำราญให้ตัวเองกับโสเภณีคนหนึ่งทุกสัปดาห์ เรื่องเกิดขึ้นเมื่อ David ปฏิเสธที่จะปกป้องตัวเองในกรณีล่อลวงทางเพศนักศึกษาคนหนึ่ง ซึ่งนำไปสู่ความอัปยศอดสู (Disgrace)</p>
<p>เขาเลือกหลบลี้สังคมด้วยการไปพักพิง อยู่ที่ฟาร์มของลูกสาว และที่ฟาร์มแห่งนี้เองที่ดูเหมือนว่า บาดแผลร้ายๆ ในอดีตจะถูกธรรมชาติในชนบทช่วยกล่อมเกลาให้ลบเลือนได้ แต่ความสงบของชีวิตในชนบทก็บังเกิดขึ้นเพียงไม่นานเมื่อเกิดเหตุร้ายขึ้นใน ฟาร์ม ลูกสาวของ David ถูกข่มขืนและตั้งครรภ์ในเวลาต่อมา ส่วนเขาถูกรุมทำร้ายอย่างป่าเถื่อน เขาจึงต้องมีชีวิตราวผู้ถูกลงทัณฑ์จากความอัปยศอดสูอีกครั้ง</p>
<p>4. J.G. Farrell&#8217;s <em>The Siege of Krishnapur</em>, 1973</p>
<p>ปี 1857 คือปีแห่งการจลาจลต่อต้านอำนาจครั้งยิ่งใหญ่ของชาวอินเดีย ที่มีต่อเจ้าอาณานิคมอังกฤษ เมื่อทหารมุสลิมกลายร่างเป็นกองโจรกระหายเลือดต่อต้านนายเหนือหัว (ชาวอังกฤษ) ของตน การลุกฮือต่อต้านเริ่มจากเมืองเล็กๆ และค่อยๆ ลุกลามไปทั่วประเทศ การล้อมตีเมืองกฤษณะปุระ (The Siege of Krishnapur) ชุมชนในอาณัติของอังกฤษที่อยู่ห่างไกลเข้าไปในอนุทวีปเกิดขึ้นก่อนหน้าการ ลุกฮือ และก่อเหตุสังหารหมู่ครั้งใหญ่ ที่เมือง Captainganj ไม่กี่สัปดาห์</p>
<p>ข่าวลือเรื่องการต่อสู้กันอย่างรุนแรง แพร่สะพัด แต่ชาวอังกฤษในชุมชนอาณานิคมแห่งนี้ ยังคงเชื่อมั่นในกองทัพของตน และเหนือสิ่งอื่นใดคือความสูงส่งกว่าทางศีลธรรม แต่เมื่อพบว่าตัวเองอยู่ภายใต้การโอบล้อมจริงๆ นั้น พวกเขาก็พบกับใบหน้าที่แท้จริงของอาณานิคมของตนเอง ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมองว่าป่าเถื่อน งุ่มง่าม และระทมทุกข์</p>
<p>5. Nadine Gordimer&#8217;s <em>The Conservationist</em>, 1974</p>
<p>Mehring คือชายผู้ร่ำรวย เขามีอภิสิทธิ์เหนือทุกสิ่งและครอบครองทุกอย่างที่แอฟริกามีอยู่ แต่การครอบครองของเขาไม่รวมถึงสิ่งต่างๆ ที่เหลืออยู่ เมื่อภรรยา ลูกชาย และเมียเก็บทิ้งเขาไป หัวหน้าคนงานและพวกคนงานเริ่มไม่แยแสต่อหน้าที่การงาน และสุดท้าย แม้แต่ผืนดินก็แผดเผา เกิดความแห้งแล้ง เกิดน้ำท่วม ซึ่งได้ทำลายฟาร์มของเขาลงในที่สุด</p>
<p>6. Salman Rushdie&#8217;s <em>Midnight&#8217;s Children</em>, 1981</p>
<p>Saleem Sinai ถือกำเนิดขึ้นในโลกอย่างน่าอัศจรรย์ใจตอนเที่ยงคืนของวันที่ 15 สิงหาคม 1947 พอดิบพอดี เพราะมันคือห้วงเวลาที่อินเดียเป็นเอกราชจากอังกฤษ การถือกำเนิดของทารกน้อย Saleem ถือเป็นนิมิตหมายอันดี ในวาระพิเศษนี้เขาได้รับการต้อนรับสู่โลกจากนายกรัฐมนตรีเนห์รู แต่เหตุการณ์บังเอิญเรื่องการถือกำเนิดของ Saleem นี้ ส่งผลต่อชีวิตเขาอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อพบว่าเขามีอำนาจโทรจิตซึ่งทำให้สามารถติดต่อกับ &#8220;เด็กๆ แห่งเที่ยงคืน&#8221; (Midnight&#8217;s Children) อีก 1,000 คนที่ลืมตาดูโลกในชั่วโมงที่อินเดียเป็นเอกราช</p>
<p>นอกจากนี้ เขายังมีความสามารถพิเศษเกี่ยวกับการรับรู้กลิ่น ซึ่งทำให้ล่วงรู้ถึงภัยอันตรายที่จะมาเยือนได้ล่วงหน้า ชีวิตของ Saleem Sinai ดำเนินขนานไปกับโชคชะตาที่ผันเปลี่ยนของประเทศหลังได้รับเอกราชอย่างน่า อัศจรรย์ใจ&#8230;และเมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา รายงานว่า ผลการโหวตลงคะแนนโดยนักอ่านอเมริกันตามหลังนักอ่านจากอังกฤษมาติดๆ โดยตอนนี้คะแนนโหวตจากทั่วโลกมีกว่า 5,000 คะแนนแล้ว และยิ่งใกล้วันตัดสิน คือในวันที่ 10 กรกฎาคม ก็จะยิ่งเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ</p>
<p>ทั้งนี้ คะแนน 1 ใน 3 ในตอนนี้มาจากนักอ่านในสหราชอาณาจักร ส่วนนักอ่านอเมริกันตามมาในอันดับสองที่ 29% นักอ่านในยุโรปมี 12% และนักอ่านจากเอเชีย 11% ที่เหลือเป็นคะแนนโหวตมาจากออสเตรเลีย แอฟริกา สาธารณรัฐไอร์แลนด์ อเมริกาใต้ และอเมริกากลาง ผู้ลงคะแนนโหวต 44% คือนักอ่านหญิง และ 54% คือนักอ่านชาย</p>
<p>เห็นกลไกการทำงานของรางวัลวรรณกรรมอันทรงเกียรติของโลกเช่นนี้แล้ว รางวัลวรรณกรรมบ้านเราคิดเห็นเช่นไรกันบ้างล่ะ?</p>
<p>เรื่อง : ศิวดี อักษรนำ</p>
<div class="feedflare">
<a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=u93LjJ"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=u93LjJ" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=CVL8Yj"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=CVL8Yj" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=687NYj"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=687NYj" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=8Q5zMJ"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=8Q5zMJ" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=PoAQRj"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=PoAQRj" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=CHSpRJ"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=CHSpRJ" border="0"></img></a>
</div><img src="http://feeds.feedburner.com/~r/readjournal/~4/344676616" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.readjournal.org/2008/07/salman-rushdie-best-of-booker/feed/</wfw:commentRss>
		<feedburner:origLink>http://www.readjournal.org/2008/07/salman-rushdie-best-of-booker/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>ข่าวฝาก : 8 ทศวรรษวรรณกรรมวิจารณ์ไทย</title>
		<link>http://feeds.feedburner.com/~r/readjournal/~3/336826620/</link>
		<comments>http://www.readjournal.org/2008/07/news-seminar/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 15 Jul 2008 19:18:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ข่าวฝาก]]></category>

		<category><![CDATA[ประเด็น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.readjournal.org/?p=66</guid>
		<description><![CDATA[จากหน้าหนังสือพิมพ์ วิทยานิพนธ์ สู่โลกไซเบอร์
อัตตวิจารณ์ ทฤษฎีการเมืองและสังคม New criticism และ Post modern
ขอเชิญผู้รักการ "อ่าน" ร่วมเหลี่ยวมองการเดินทางของวรรณกรรมวิจารณ์ไทยกับเหล่านักวิชาการ ศิลปิน นักเขียน]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ที่มา: <a href="http://www.oknation.net/blog/combang/2008/07/15/entry-1">คมบาง@OK Nation</a></p>
<p>จัดโดยโครงการจัดประชุมวิชาการระดับชาติ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์</p>
<p><strong>1 สิงหาคม พ.ศ. 2551</strong></p>
<p>08.00 - 08.30 น.<br />
ลงทะเบียน</p>
<p>08.30 - 08.45 น.<br />
พิธีเปิดการประชุม โดย อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์</p>
<p>08.45 - 09.40 น.<br />
ปาฐกถาเปิดงาน โดย รศ.ดร.ดวงมน จิตร์จำนงค์ เมธีวิจัยอาวุโส</p>
<p>09.40 - 09.50 น.<br />
พักรับประทานอาหารว่าง</p>
<p>09.50 - 12.30 น.<br />
การอภิปรายเรื่อง “พัฒนาการของวรรณกรรมวิจารณ์ไทย: จากวรรณกรรมวิจารณ์แนวใหม่ (New Criticism) สู่แนวหลังสมัยใหม่ (Post modernism)”</p>
<p>วิทยากร:<br />
ศ.ดร. รื่นฤทัย สัจจพันธุ์<br />
รศ.ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์<br />
ดร. สุรเดช โชติอุดมพันธ์</p>
<p>ผู้ดำเนินรายการ:<br />
ดร. วีระวัฒน์ อินทรพร</p>
<p>12.30 - 13.15 น.<br />
พักรับประทานอาหารกลางวัน</p>
<p>13.15 -15.00 น.<br />
การอภิปรายเรื่อง “พัฒนาการของวรรณกรรมวิจารณ์ไทย: จากวรรณกรรมวิจารณ์แนวใหม่ (New Criticism) สู่แนวหลังสมัยใหม่ (Post modernism)” (ต่อ)</p>
<p>วิทยากร:<br />
อาจารย์ชมัยภร แสงกระจ่าง<br />
ผศ.ดร.ธเนศ เวศร์ภาดา<br />
รศ.ดร.สรณัฐ ไตลังคะ</p>
<p>ผู้ดำเนินรายการ:<br />
อาจารย์เชิดชัย อุดมพันธ์</p>
<p>15.00 - 15.15 น.<br />
พักรับประทานอาหารว่าง</p>
<p>15.00 - 15.15 น.<br />
ประชุมกลุ่มย่อย : ระดมความคิด/แลกเปลี่ยนทรรศนะ</p>
<p>กลุ่มที่ 1 รศ.ดร.ดวงมน จิตร์จำนงค์, ผศ.ธัญญา สังขพันธานนท์ นำแลกเปลี่ยน<br />
กลุ่มที่ 2 รศ.ดร.สรณัฐ ไตลังคะ, ผศ.ดร.ธเนศ เวศร์ภาดา นำแลกเปลี่ยน<br />
กลุ่มที่ 3 รศ.ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์, ดร.สุรเดช โชติอุดมพันธ์ นำแลกเปลี่ยน<br />
กลุ่มที่ 4 ศ.ดร. รื่นฤทัย สัจจพันธุ์, อ.ชมยภร แสงกระจ่าง นำแลกเปลี่ยน</p>
<p>19.00 - 21.00 น.<br />
สนทนาใน “สภากาแฟ” กับ นักเขียนและนักวิจารณ์</p>
<p><strong>2 สิงหาคม พ.ศ.2551</strong></p>
<p>08.30 - 12.00 น.<br />
เสวนาเรื่อง “วรรณกรรมวิจารณ์กับพัฒนาการของงานเขียน ?”</p>
<p>วิทยากร:<br />
คุณชาติ กอบจิตติ<br />
คุณไพฑูรย์ ธัญญา<br />
คุณมนตรี ศรียงค์<br />
คุณจรูญ หยูทอง</p>
<p>12.00 - 13.00 น.<br />
พักรับประทานอาหารกลางวัน</p>
<p>13.00 - 14.00 น.<br />
ปาฐกถาปิดการประชุม โดย ศ.ดร.เจตนา นาควัชระ</p>
<p><strong>กำหนดจัดงาน</strong><br />
1-2 สิงหาคม พ.ศ. 2551</p>
<p><strong>สถานที่จัดงาน</strong><br />
ณ ห้องประชุม โรงแรมธรรมรินทร์ธนา จังหวัดตรัง</p>
<p><strong>ค่าลงทะเบียน</strong><br />
อาจารย์ นักวิชาการ และบุคคลทั่วไป <span style="text-decoration: underline;">คนละ 1,000 บาท</span><br />
นิสิตนักศึกษา <span style="text-decoration: underline;">คนละ 500 บาท</span><br />
(ค่าใช้จ่ายเบิกได้ตามระเบียบราชการ)</p>
<p><strong>ผู้สนใจส่งใบสมัครพร้อมค่าลงทะเบียนไปยัง</strong><br />
คุณนงเยาว์ สุจริต<br />
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์<br />
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี<br />
อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี 94000</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ภายในวันที่ 25 กรกฎาคม 2551</span></p>
<p><strong>โทรศัพท์/โทรสาร</strong><br />
073-338064<br />
086-3186147 อ.ดร.วิมลมาศ ปฤชากุล<br />
081-6902026 อ.เชิดชัย อุดมพันธ์</p>
<div class="feedflare">
<a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=1gDA7J"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=1gDA7J" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=LDX1hj"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=LDX1hj" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=znn0tj"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=znn0tj" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=JrwNqJ"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=JrwNqJ" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=dms2oj"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=dms2oj" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=hV0a9J"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=hV0a9J" border="0"></img></a>
</div><img src="http://feeds.feedburner.com/~r/readjournal/~4/336826620" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.readjournal.org/2008/07/news-seminar/feed/</wfw:commentRss>
		<feedburner:origLink>http://www.readjournal.org/2008/07/news-seminar/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>พลังของการอ่าน เพดานของการวิจารณ์</title>
		<link>http://feeds.feedburner.com/~r/readjournal/~3/330124532/</link>
		<comments>http://www.readjournal.org/2008/07/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 08 Jul 2008 20:17:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ประเด็น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.readjournal.org/?p=56</guid>
		<description><![CDATA[เก็บบรรยากาศจากงานเสวนาที่เชียงใหม่ พบกับคำ ผกา ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์ และผู้รักการอ่านได้ที่นี่]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ที่มา: <a href="http://www.prachatai.com/05web/th/home/12703">ประชาไท</a></p>
<p>เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2551 ที่ผ่านมา ที่ร้าน ‘เล่า’ ร้านหนังสือ ย่านถนนนิมมานเหมินทร์ จังหวัดเชียงใหม่ วารสาร ‘อ่าน’ ได้จัดให้มีการเสวนาเรื่อง “พลังของการอ่าน เพดานของการวิจารณ์”  นำการเสวนาโดย คำ ผกา นักเขียน/นักวิจารณ์ ผู้เคยมีผลงานเรื่อง “กระทู้ดอกทอง”, ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์ นักเขียน/นักวิจารณ์ จากผลงาน “อ่าน (ไม่) เอาเรื่อง” ดำเนินรายการโดย ผศ.ดร.ไชยันต์ รัชชกูล จากภาคประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</p>
<p>ในวงเสวนา คำ ผกา ออกตัวว่าเป็นนักวิจารณ์เถื่อน “ที่ได้รับเรียกว่าเป็นนักวิจารณ์เพราะดันทะลึ่งไปเขียนกระทู้ดอกทอง โดยที่ไม่ได้รู้ทฤษฎีวรรณกรรม ทฤษฎีวิจารณ์ เขียนขึ้นมาด้วยความทะลึ่ง ด้วยความเป็นปมด้อยของตัวเองเพราะว่าหมั่นไส้พวกนางเอก มันสวยเราไม่สวย ทำไมมันต้องมาแย่งพระเอกจากเราไปตลอด”</p>
<h3>การอ่านคือความฟุ่มเฟือยของชีวิต?</h3>
<blockquote><p>“แต่ทำไมนิยายที่ดูไม่มีคุณค่าพวกนี้มันกลับทำให้เรา อยู่กับหนังสือมาจนโต”</p>
<p>“พวกผู้ดีอังกฤษเขาก็ถือว่าการอ่านวรรณคดีเป็นแค่อาภรณ์ประดับตัว ไม่ได้เอาไว้ใช้ทำอะไรอยู่แล้ว เพราะถ้าคุณอยากเป็นผู้ดี คือคุณก็ ‘ไม่ต้องทำอะไร’ อยู่แล้ว โดยนิยามของผู้ดีคือคุณจงเป็นไอดอล ใครที่ ‘ทำอะไร’ ก็คือพวกกเฬวราก คือไพร่”
</p></blockquote>
<p>จากนั้นจึงมีการเปิดประเด็นโดย อาจารย์ไชยันต์ว่าการอ่านมันจะทำให้เกิดพลังอะไรได้จริงหรือไม่ เพราะมีคำตอบอยู่อีกอย่างหนึ่งคือ การอ่านมันไม่ได้มีส่วนช่วยอะไรเลย มีคนเคยบอกว่าการอ่านเป็นของฟุ่มเฟือย เหมือนที่เราไม่ได้กินชาก็ไม่เป็นไร</p>
<p>คำ ผกา เผยว่าเกิดและเติบโตมาในครอบครัวที่ไม่ได้มีบรรยากาศการอ่านอะไรเลย เวลาจะอ่านหนังสือต้องคลุมโปงแล้วเอาไฟฉายส่อง นอกจากหนังสือเรียนแล้ว หนังสือแนวอื่น ๆ ต้องห้ามหมดเพราะมันจะนำพาให้เด็กมีจินตนาการเตลิดเปิดเปิงรู้จักเรื่องรัก ใคร่ก่อนวัยอันควร แล้วที่บ้านพ่อแม่ก็ไม่ได้เรียนหนังสือก็เลยไม่มีคนมาคอยบอกว่าต้องแบบนี้นะ หนังสือสำหรับเด็กเป็นแบบนี้นะ ก็เลยโตมากับหนังสือพิมพ์ไทยรัฐกับนิยายเล่มละบาท เป็นหนังสือที่ผู้ใหญ่อ่านกัน มีนิยายรัก ๆ ใคร่ ๆ แล้วก็ที่ขายตามสถานีรถทัวร์ที่หน้าปกเป็นดารา  ไม่เคยได้สัมผัสกับวรรณกรรมเยาวชนเลย</p>
<p>คำ ผกา พูดต่อว่า โดยส่วนตัวก็อ่านสิ่งเหล่านี้เพื่อความเพลิดเพลิน ไม่ได้คิดว่าเป็นความรู้ แต่ทำไมนิยายที่ดูไม่มีคุณค่าพวกนี้มันกลับทำให้เรา อยู่กับหนังสือมาจนโต</p>
<p>ด้าน ชูศักดิ์ ก็เล่าถึงประสบการณ์สมัยสอนหนังสือให้ฟังว่า เวลาสอนวรรณคดีอังกฤษอยู่ที่ธรรมศาสตร์นักศึกษาจำนวนหนึ่งก็มาบ่นว่า เรียนวรรณคดีไปทำไม ไม่เห็นเอาไปทำอะไรได้เลย เรียนก็ยาก ทำงานก็ไมได้เอาไปใช้ “อย่างเวลาสอน สอนเชคสเปียร์ แต่จบไปก็ไปเป็นแอร์ฮอสเตสเสียส่วนใหญ่ ก็ไม่รู้จะไป Quote เชคสเปียร์กับผู้โดยสารยังไง”</p>
<p>ชูศักดิ์ เผยต่อว่า ถ้าให้พูดประชด ๆ หน่อย คือจริง ๆ แล้ววรรณคดีเป็นวิชาฟุ่มเฟือยของชีวิต “พวกผู้ดีอังกฤษเขาก็ถือว่าการอ่านวรรณคดีเป็นแค่อาภรณ์ประดับตัว ไม่ได้เอาไว้ใช้ทำอะไรอยู่แล้ว เพราะถ้าคุณอยากเป็นผู้ดี คือคุณก็ ‘ไม่ต้องทำอะไร’ อยู่แล้ว โดยนิยามของผู้ดีคือคุณจงเป็นไอดอล ใครที่ ‘ทำอะไร’ ก็คือพวกกเฬวราก คือไพร่”</p>
<p>ชูศักดิ์ พูดตอบประเด็นเรื่องพลังของการอ่านว่า มันไม่ได้มีพลังอะไรแต่มันมีมูลค่าว่าคุณอ่านเพื่อจะแสดงตัวว่าเป็นผู้มี วัฒนธรรม เป็นผู้มีอารยธรรม “ซึ่งอันนั้นก็เป็นวันชื่นคืนสุขของโลกสิ่งพิมพ์ ในยุคนี้คงเปลี่ยนไปแล้ว การอ่านสิ่งพิมพ์อาจไม่ได้มีมูลค่าอะไร”</p>
<p>ในส่วนของ คำ ผกา ได้เล่าถึงประสบการณ์ส่วนตัวว่า สมัยที่ทำงานทั้งวันหรือตอนไปเป็นแม่ครัวที่เกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ทำงานตั้งแต่แปดโมงเช้าถึงตีหนึ่ง มันอ่านอะไรไม่ได้เลยนอกจาก Hello เพราะ ไม่มีพลังจะมาใช้สมาธิกับการอ่านหนังสือยาว ๆ จึงยอมรับว่าการอ่านมันเป็นความฟุ่มเฟือยของชนชั้นที่มีเวลาว่างพอที่จะได้ อ่าน “ถ้าไม่เจอกับตัวเองก็คงไม่รู้ว่าทำไมเราถึงมีแรงอ่านได้แต่ Hello แล้วที่อ่านมันต้องมีดาวล้อมรอบด้วย วัน ๆ เรารู้แค่ว่าวิคตอเรีย เบคแฮม มันใส่ชุดอะไร ไปไหนกับสามีบ้าง”</p>
<h3>ติดอาวุธทางความคิดด้วยการวิจารณ์และเพดานที่มองไม่เห็น</h3>
<blockquote><p>“ผมเคยคุยกับแท็กซี่คนหนึ่งเขาพูดถึงเรื่องการประท้วงที่กรุงเทพว่า เป็นได้ไหมว่าที่มีคนบอกว่านักการเมืองโกง เพราะมีคนอ้างว่าตำราเราเขียนไว้อย่างนั้น นั่นหมายความว่าการอ่านก็จะกลายเป็นการตีกรอบทางสังคมอย่างหนึ่ง”</p>
<p>“แต่การวิจารณ์ที่จะมีพลังทางปัญญาเราต้องยอมรับว่าคนเราเท่าเทียมกันก่อน พอคนเราไม่เท่าเทียมกัน คุณวิจารณ์ไม่ได้หรอก”</p>
<p>“คือคิดไม่ออกว่าจะมีหนังสือธรรมะวิจารณ์ในแมกกาซีนยังไง หรือน่าจะมีคอลัมน์วิจารณ์ตำราเรียนในแต่ละยุคสมัยได้ยังไง ถ้ามันไม่ได้เป็นงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์”</p></blockquote>
<p>มี ผู้ฟังร่วมแลกเปลี่ยนคนหนึ่งแสดงความเห็นว่าการอ่านเป็นสิ่งที่มีมาตั้งแต่ ยุคสมัยมนุษย์ถ้ำแล้ว ก่อนที่กูเตนเบอร์กจะผลิตแท่นพิมพ์ตัวอักษร โดยส่วนตัวมองว่าโลกคือละคร แล้วการอ่านมันทำให้คนอ่านลอกเลียนแบบสิ่งที่ตัวเองอ่านเอาไปแสดงในชีวิต จริง “ผมเคยคุยกับแท็กซี่คนหนึ่งเขาพูดถึงเรื่องการประท้วงที่กรุงเทพว่า เป็นได้ไหมว่าที่มีคนบอกว่านักการเมืองโกง เพราะเขาอ้างว่าตำราเราเขียนไว้อย่างนั้น นั่นหมายความว่าการอ่านก็จะกลายเป็นการตีกรอบทางสังคมอย่างหนึ่ง”</p>
<p>ชูศักดิ์ ได้พูดถึงประเด็นที่ผู้ร่วมแลกเปลี่ยนต่อว่า การอ่านแบบที่ว่ามันเป็นการปลูกฝังความคิด ความเชื่อ ค่านิยม อุดมการณ์บางอย่าง ให้กับเรา ขณะที่ ‘การวิจารณ์’ จะเหมือนเป็นการติดอาวุธความคิดให้กับเรา ไม่ให้เราเชื่อตามคำพูดไปทั้งหมด จากประวัติศาสตร์การวิจารณ์วรรณกรรมในเมืองไทยก็มีการพยายามหลายชั่วอายุคน ในการที่จะทลายกรอบทำให้การวิจารณ์มีบทบาท</p>
<p>ชูศักดิ์ พูดต่อว่า แต่การวิจารณ์ในสังคมและวัฒนธรรมไทยมันมีบางอย่างที่เป็นเพดานที่มองไม่เห็น คอยกำกับว่าคุณวิจารณ์ไปมากกว่านั้นไม่ได้ โดยยกตัวอย่างกรณีสุนทรภู่ที่วิจารณ์บทกลอนของรัชกาลที่ 3 หรือตอนนั้นเป็นกรมหมื่นเจษฏาบดินทร์ บทที่เขียนว่า “น้ำใสไหลเย็นแลเห็นตัว ปลาแหวกกอบัวอยู่ไหวไหว” กรมหมื่นฯ ก็ให้สุนทรภู่ช่วยวิจารณ์หน่อย ต่อหน้าสุนทรภู่ก็ไม่ได้วิจารณ์อะไร แล้วพอตอนประชุมกวีมี ร.2 อยู่ด้วย สุนทรภู่ก็วิจารณ์ในที่ประชุมว่ามันขัด ๆ หู ไม่ค่อยลื่นหู แล้วก็เสนอเวอร์ชั่นใหม่ให้เป็น “น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา ว่ายแหวกปทุมมาอยู่ไหวไหว” ซึ่งรัชกาลที่ 3 ก็โกรธมาก เพราะเหมือนกับไปฉีกหน้าท่าน แล้วเมื่อรัชการที่ 3 ขึ้นครองราชย์ สุนทรภู่ก็กลัวราชภัยเลยต้องลาบวชไป</p>
<p>“นักวิจารณ์วรรณคดีหลายท่านเลยถือว่า การที่สุนทรภู่วิจารณ์ ร. 3 นี่คือบทวิจารณ์วรรณกรรมชิ้นแรกของประเทศไทย” ชูศักดิ์กล่าว “ผมจึงอยากเอากรณีนี้มาให้เห็นถึงเพดานบางอย่างในการวิจารณ์”</p>
<p>ชูศักดิ์บอกอีกว่าไม่ว่าเราจะวิจารณ์กันในแง่ของสุนทรียศาสตร์กันยังไง สุดท้ายแล้วการวิจารณ์มันก็เป็นเรื่องของอำนาจ ในตอนนั้นสุนทรภู่เป็นกวีหลวงเป็นกวีที่โปรดปราน ของ ร.2 แต่อำนาจก็ย้อนมาเล่นงานสุนทรภู่ตอน ร.3 ขึ้นครองราชย์ นอกจากนี้ยังได้ยกตัวอย่างกวีอิศรญาณ ที่มีอยู่ว่า “ของสิ่งใดเจ้าว่างามต้องตามเจ้า ใครเลยเล่าจะไม่งามตามเสด็จ” ตอนนั้นเป็นสมัย ร.4 แม้ในปัจจุบันนี้เราก็ยังคงอยู่ใน “ของสิ่งใดเจ้าว่างามต้องตามเจ้า ใครเลยเล่าจะไม่งามเท่าตามเสด็จ”</p>
<p>ชูศักดิ์กล่าวว่านี่เป็นเพดานที่มองไม่เห็น ทำให้เราสามารถวิจารณ์ได้ถึงจุด ๆ หนึ่ง พอพ้นจุด ๆ นั้นไปจะวิจารณ์ไม่ได้ ซึ่งขัดกับหลักวิจารณ์ เราเคยเชื่อว่าการวิจารณ์ที่จะมีพลังได้คือการวิจารณ์ที่มีพลังทางปัญญา แต่การวิจารณ์ที่จะมีพลังทางปัญญาเราต้องยอมรับว่าคนเราเท่าเทียมกันก่อน พอคนเราไม่เท่าเทียมกัน คุณวิจารณ์ไม่ได้หรอก พอคุณวิจารณ์ไม่ได้มันก็จะออกมาเป็นแบบนี้ ยกตัวอย่างการวิจารณ์ในวงวิชาการของตะวันตก จะเรียกแต่ชื่อ ไม่เรียกว่าอาจารย์ จะเรียกเป็นมิสเตอร์อันนั้นอันนี้ไป แต่ในสังคมเราเหมือนเราเอาเรื่องของอำนาจเข้าไปกำกับในลักษณะหนึ่ง “โดยสำหรับผมแล้ว การวิจารณ์ที่จะเกิดพลังทางปัญญาได้นั้น จะต้องยอมรับเสียก่อนว่าผู้วิจารณ์และผู้ถูกวิจารณ์ เท่าเทียมกัน ถ้าไม่ยอมรับอันนี้ ไม่มีพื้นฐานอันนี้ คุณโปรโมทเท่าไหร่ ให้ทุนวิจัยไปอีก 20 ปี พลังทางปัญญามันจะขึ้นมาได้แค่ระดับหนึ่ง แต่จะมีเพดานบางอย่างที่ทำให้ทะลุไปไม่ได้”</p>
<p>ในส่วนของ คำ ผกา ได้นำเสนอเรื่องเพดานของการวิจารณ์ในระดับที่ใกล้ตัวเข้ามาหน่อย โดยเล่าว่าช่วงที่ยังคงเป็นนักวิจารณ์เถื่อนออกมาวิจารณ์เรื่อง “ข้างหลังภาพ” ด้วยความทะลึ่งเป็นการส่วนตัว โดยไม่ได้คิดอะไร ศรีบูรพาก็ตายแล้วคงไม่ต้องกลัวอะไร จะเขียนวิจารณ์ยังไงก็ได้ แต่พอขยับมาถึงนักเขียนรุ่นใหม่ เรื่องความสัมพันธ์กับคนอื่นก็อาจกลายเป็นเพดานได้ เพดานไม่จำเป็นต้องเป็นอำนาจของคนที่สูงกว่าเสมอไป “พอเจอคนนู้นก็พี่ คนนี้ก็น้อง มันทำให้เราเริ่มมองว่าความเมตตามันอยู่ตรงไหน ความที่จะรอให้เขามีวุฒิภาวะมากกว่านี้แล้วค่อยตัดสินเขาไหม หรือพอเราเริ่มเขียนหนังสือแล้วจำเป็นต้องเลี้ยงชีวิตด้วยการเขียนแล้วเห็น ว่าสำนักพิมพ์นี้ทำอะไรไม่เข้าท่า เราจะวิจารณ์มันดีไหม ถ้ามันไม่พิมพ์หนังสือเราอีกจะทำยังไง อันนี้เป็นเพดานที่ไม่ซับซ้อน”</p>
<p>คำ ผกา บอกอีกว่า เวลาที่เราวิจารณ์ เราจะอยู่กับแค่การวิจารณ์วรรณกรรมแล้วก็มีหลักการของสุนทรียศาสตร์ หรืออาจจะไปถึงขั้นสังคม ค่านิยม หลังอาณานิคมอะไรไปอีกหลาย ๆ ทฤษฎี แต่เรากลับคิดว่างานบางอย่างมันเป็นงานที่เราไม่จำเป็นต้องตั้งคำถามแล้ว แล้วก็จะไม่วิจารณ์มันไปโดยปริยายเช่น หนังสือที่เราคิดว่าเป็นตำรา หนังสือธรรมะ “คือคิดไม่ออกว่าจะมีหนังสือธรรมะวิจารณ์ในแมกกาซีนยังไง หรือน่าจะมีคอลัมน์วิจารณ์ตำราเรียนในแต่ละยุคสมัยได้ยังไง ถ้ามันไม่ได้เป็นงานวิจัย หรือวิทยานิพนธ์”</p>
<p>“งานบางอย่างที่ไม่ได้ถูกวิจารณ์เพราะเราถือว่ามันเป็นการบอกกล่าวข้อเท็จจริง แต่งานที่เราจะวิจารณ์ได้เราจะวิจารณ์ในส่วนที่เป็นอารมณ์ความรู้สึก ไม่ใช่ กขคง. ขยายได้ต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด” คำ ผกา กล่าว</p>
<p>รศ.สายชล สัตยานุรักษ์ จากภาควิชาประติศาสตร์ ที่ร่วมฟังการเสวนาออกมาแสดงความเห็นว่า ใน สังคมเรามันมีเรื่องของอำนาจอยู่จริง จึงมีการกำหนดว่าอะไรบ้างที่ยอมให้อ่าน อะไรบ้างที่ไม่ยอมให้อ่าน ถ้ามันมีเสรีภาพว่าถ้าใครอยากเสนออะไรออกมาให้อ่านก็ทำได้หมด เช่น พอหนังสือฝ่ายซ้ายออกมาก็ไม่ถูกเบียดขับออกไป ถ้าแบบนี้พออ่านแล้วมันจะวิจารณ์ความรู้ต่าง ๆ ในตัวของมันเอง</p>
<div class="feedflare">
<a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=fm57FJ"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=fm57FJ" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=yLuyGj"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=yLuyGj" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=vrwyQj"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=vrwyQj" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=iivfAJ"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=iivfAJ" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=UfFgpj"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=UfFgpj" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=gbs6ZJ"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=gbs6ZJ" border="0"></img></a>
</div><img src="http://feeds.feedburner.com/~r/readjournal/~4/330124532" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.readjournal.org/2008/07/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<feedburner:origLink>http://www.readjournal.org/2008/07/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87/</feedburner:origLink></item>
		<item>
		<title>ยินดีต้อนรับ</title>
		<link>http://feeds.feedburner.com/~r/readjournal/~3/326585507/</link>
		<comments>http://www.readjournal.org/2008/06/welcome/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 20 Jun 2008 19:45:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ประเด็น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.readjournal.org/?p=3</guid>
		<description><![CDATA[ขอต้อนรับทุกท่านสู่เว็บไซต์วารสาร อ่าน
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ขอต้อนรับทุกท่านสู่เว็บไซต์วารสาร <em>อ่าน</em></p>
<div class="feedflare">
<a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=RCjrNJ"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=RCjrNJ" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=e0asZj"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=e0asZj" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=N9f29j"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=N9f29j" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=itzRQJ"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=itzRQJ" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=B45Jbj"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=B45Jbj" border="0"></img></a> <a href="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?a=Bk8F1J"><img src="http://feeds.feedburner.com/~f/readjournal?i=Bk8F1J" border="0"></img></a>
</div><img src="http://feeds.feedburner.com/~r/readjournal/~4/326585507" height="1" width="1"/>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.readjournal.org/2008/06/welcome/feed/</wfw:commentRss>
		<feedburner:origLink>http://www.readjournal.org/2008/06/welcome/</feedburner:origLink></item>
	</channel>
</rss>
