เว็บบอร์ด: ชุมชน คน อ่าน RSS
จนนักวิจารณ์ (และกรรมการรางวัล) ตามไม่ทัน?

Compose post

ชื่อผู้ใช้:
หัวเรื่อง (optional):
การยืนยัน: VeriCode กรุณาใส่รหัสตามในภาพที่ปรากฏลงในช่อง เพื่อยืนยันการมีตัวตน
Please shorten the quotation to the essential to improve readability.
You are not logged in and writing this post as a guest.
ใส่ Emotion: :-) ;-) :-D :-p :blush: :cool: :rolleyes: :huh: :-/ <_< :-( :'( :#: :scared: 8-( :nuts: :-O
อักษรพิเศษ:
ลดขนาด – เพิ่มขนาด +
พิมพ์ไปแล้ว: ? ตัวอักษร (มากที่สุด: 65,535)
ตัวเลือกในการตอบ
·
Attach file:   (มากที่สุด: 500 kB)
The last posts in this thread   (newest first, maximum 10 posts):
รูปแทนตัว
NextLife Records
สมาชิก : ผ่านไปแล้ว ตุลา 2008 · 2 โพสต์
กลุ่มสมาชิก: Members
Show profile · Link to this post
อาจารย์ชูศักดิ์ว่าไว้ก็ถูกครับ
In the next life, Could we stay together?
อ่านบ้าง (ผู้มาเยือน)
No profile available.
Link to this post
หัวเรื่อง: หรือวรรณกรรมไทยก้าวหน้า....
ความไม่สงบในชายแดนใต้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เท่านั้น แต่ยังกระทบกับการพัฒนาวิชาการของสถาบันการศึกษาในพื้นที่อย่างสำคัญด้วย งานสัมมนาที่สำคัญๆ ในช่วง 2-3 ปีมานี้จึงมักไม่ค่อยจัดกันในพื้นที่

เช่นเดียวกับงานประชุมวิชาการวรรณคดีศึกษาระดับชาติครั้งที่ 1 ฿"8 ทศวรรษวรรณกรรมวิจารณ์ไทย จากนววิจารณ์ ถึงหลังสมัยใหม่"฿ โดยภาควิชาภาษาและวรรณคดีไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ที่ผ่านมา ซึ่งเลี่ยงไปจัดที่โรงแรมธรรมรินทร์ธนา จ.ตรัง ด้วยเหตุผลเรื่องความมั่นใจในความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมงานที่ส่วนใหญ่เป็นนิสิตนักศึกษา ครูอาจารย์จากกรุงเทพฯ และสถาบันการศึกษาในภาคใต้

โดยการสัมมนามุ่งพิจารณาพัฒนาการของวรรณกรรมวิจารณ์ไทย จากแนวคิดการประเมินค่าแบบ New Criticism หรือนววิจารณ์ ที่เคยเป็นกระแสหลักเมื่อ 40-50 ปีก่อน จนถึงปัจจุบันที่แนวคิดแบบ Post Modernism หรือหลังสมัยใหม่กำลังมีอิทธิพล

เรียกได้ว่า ม.อ.ปัตตานี ระดมนักวิจารณ์และนักวิชาการที่มีเชื่อเสียงแทบทั้งประเทศไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ตั้งแต่ ฿เจตนา นาควัชระ ดวงมน จิตร์จำนง รื่นฤทัย สัจจพันธุ์ ชไมพร แสงกระจ่าง (ไพลิน รุ้งรัตน์) ธัญญา สังขพันธานนท์ (ไพฑูรย์ ธัญญา) ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์ สรณัฐ (อิระวดี) ไตลังคะ สุรเดช โชติอุดมพันธ์ สายวรุณ น้อยนิมิตร ยุรฉัตร บุญสนิท ตลอดจนนักเขียนอย่างชาติ กอบจิตติ มนตรี ศรียงค์ และรูญ ระโนด฿

ไม่ว่าดูจากชื่องาน รายชื่อวิทยากร หรือบรรยากาศในงาน งานนี้เรียกได้ว่ามีการท้าทายเชิงแนวคิดกันกลายๆ เพราะโดยเส้นทางพัฒนาการเชิงทฤษฎีนั้น หลังสมัยใหม่พัฒนาการขึ้นมาจากการมองเห็นจุดอ่อนของนววิจารณ์

ดวงมน จิตร์จำนง ปาฐกถาเปิดงาน ด้วยการตั้งข้อสังเกตว่าอัตวิสัยยังจำเป็นต่อการวิจารณ์ แต่ผู้วิจารณ์ต้องให้เหตุผลต่ออัตวิสัยนั้นได้ การวิจารณ์คือการให้เหตุผล และการเข้าถึง "คุณค่า" ที่แท้จริง ซึ่งคุณค่าที่ว่าก็คือ "ภูมิปัญญา" ที่ตัวบทวรรณกรรมสะท้อนออกมานั่นเอง ขณะที่รื่นฤทัย สัจจพันธุ์ เห็นว่านววิจารณ์คือความพยายามที่จะเข้าถึงวรรณคดีให้ได้ทุกแง่ทุกมุม อย่างไรก็ตาม แม้นววิจารณ์ในเมืองไทยจะส่อเค้ามาตั้งแต่ทศวรรษ 2480 แต่นักวิจารณ์ก็ยังไม่ได้ลงลึกสู่แนววิจารณ์นี้อย่างแท้จริง

รื่นฤทัย ทิ้งคำถามที่นักวิจารณ์ (และกรรมการรางวัลวรรณกรรมต่างๆ) ต้องสะดุ้งว่า ฿วิกฤตวรรณกรรมวิจารณ์ปัจจุบันเป็นเพราะ "ไม่มีงานที่น่าสนใจให้นักวิจารณ์เขียนถึง หรือว่างานวรรณกรรมก้าวหน้าเกินไปจนนักวิจารณ์ตามไม่ทัน"฿

ชูศักดิ์ เจ้าของหนังสือชื่อดังอย่าง "อ่านไม่เอาเรื่อง" ระบุว่า การวิจารณ์ควรมีการ "ทดลอง" เพื่อขยายพรมแดนความรู้ใหม่ๆ หากเป็นไปได้ ผู้วิจารณ์ควรจะมีเครื่องมือการวิจารณ์ที่หลากหลายเพื่อส่องให้เห็นถึงแง่มุมที่เครื่องมือการวิจารณ์แบบอื่นๆ ส่งไปไม่ถึง

นักวิจารณ์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่านนี้บอกว่า ความเปลี่ยนแปลงของมโนทัศน์ทางสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ในปัจจุบันนั้นมีความสัมพันธ์กับวรรณกรรมโดยตรง เพราะเกี่ยวข้องกับภาษาที่เห็นว่า "ภาษาไม่ใช่เครื่องมือโปร่งใสที่ส่องสะท้อนความจริง แต่เป็นระบบสัญญะที่สร้างความจริง ภาษากำหนดกรอบคิดของเราในการมองโลก"

ชูศักดิ์ เห็นว่าแม้จะพัฒนาล่วงเลยมาถึงแนวคิดหลังโครงสร้างและหลังสมัยใหม่แล้ว แต่ทั้งหมดทั้งสิ้นนั้นก็ยังไม่มีคำตอบว่าทฤษฎีใหม่เหล่านี้เป็นเพียง "วิธีวิทยา" หนึ่งของการวิจารณ์ หรือเป็น "กระบวนทัศน์ใหม่" ที่เราควรใช้ในการมองโลกมองวรรณกรรม

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร โครงสร้างนิยมก็ถือเป็น "จุดยืนใหม่" ในการศึกษาของหลายศาสตร์ทั้งวรรณกรรม มานุษยวิทยา ประวัติศาสตร์ คติชน โดยเน้นวิเคราะห์หาระบบความสัมพันธ์ที่ดำรงอยู่ระหว่างส่วนต่างๆ ของสิ่งนั้นๆ ซึ่งระบบความสัมพันธ์นี้เองที่เป็นตัวกำหนดบทบาทหน้าที่ ความหมาย และคุณค่าของส่วนต่างๆ ในที่นี้ชูศักดิ์ ได้เสนอให้เริ่มต้นวิเคราะห์อย่างง่ายๆ จากความหมายที่เกิดจากโครงสร้างของคู่ขัดแย้ง หรือคู่ตรงข้าม

แนวคิดที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งในยุคหลังสมัยใหม่ที่ชูศักดิ์กล่าวถึงก็คือการรื้อสร้างของฌาคส์ แดร์ริดา ที่เห็นว่า "การอ่านคือการพยายามทำให้สิ่งที่มองไม่เห็นปรากฏต่อสายตา" การรื้อสร้างเป็นการวิเคราะห์ความสัมพันธ์หนึ่งๆ ในตัวบทที่ผู้เขียนเองก็ไม่ตระหนักรู้ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างแบบแผนทางภาษาที่ผู้เขียนควบคุมไม่ได้ (งานวรรณกรรมที่ชูศักดิ์เคยใช้การวิจารณ์แนวนี้ก็คือบทกวีชิ้นหนึ่งของจิระนันท์ พิตรปรีชา ที่มีเนื้อหาเชิดชูบทบาทผู้หญิง แต่ชูศักดิ์วิเคราะห์ว่าลึกๆ แล้วงานชิ้นนี้ก็ยังคงมองผู้หญิงเป็นเพศที่อ่อนแอ และต้องการการปกป้องอยู่นั่นเอง)

ด้าน สุรเดช โชติอุดมพันธ์ 1 ใน 7 กรรมการตัดสินซีไรต์ปีนี้มองว่าโพสต์โมเดิร์นหรือหลังสมัยใหม่เปิดโอกาสให้วงการวรรณกรรมไทยได้มองประเด็นใหม่ๆ ที่กว้างขวางขึ้น เช่น อัตลักษณ์ เพศสถานะ ประวัติศาสตร์ และแนวคิดชาตินิยม "โพสต์โมเดิร์นทำให้เราต้องตั้งคำถามและมองเห็นความซับซ้อนและยอกย้อนของประเด็นต่างๆ ดังกล่าวว่าไหลเลื่อนและมีการเมืองเรื่องอำนาจแฝงฝังอยู่มากน้อยเพียงใด นักวรรณคดีศึกษาในกรอบแนวคิดโพสต์โมเดิร์นอาจจะมีภารกิจสำคัญในการเปิดโปงให้เห็นถึงการโยงใยของอำนาจที่มีต่อการประกอบสร้างของประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์ผ่านวรรณกรรม"

แต่ปัญหาก็คือเราจะเรียนรู้เครื่องมือใหม่ๆ ที่ว่านี้ได้อย่างไร สรณัฐ ไตลังคะ ชี้ว่าแม้หลังสมัยใหม่จะมีคุณูปการไม่น้อย แต่สังคมไทยก็ยังเข้าถึงทฤษฎีเหล่านี้ได้ยากเนื่องจากตัวบทส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ จึงเรียกร้องให้นักวิชาการไทยผลิตหนังสือเชิงทฤษฎีออกมาเพื่อตอบสนองผู้อ่านวงกว้าง

เจตนา นาควัชระ กล่าวปิดงานเตือนสติผู้ที่หลงใหลทฤษฎีตะวันตกว่าพึงใช้อย่างระมัดระวัง เพราะทฤษฎีเหล่านั้นกำเนิดมาจากน้ำเนื้อของสังคมตะวันตก ท่านย้อนรอยในฐานะผู้เชี่ยวชาญภาษาเยอรมันว่าในกรณีของเอ็ดเวิร์ด ซาอิด เจ้าของทฤษฎีหลังอาณานิคม และฌาคส์ แดร์ริดา นั้น การสังเคราะห์ตัวบทวรรณกรรมเพื่อสร้างทฤษฎีของทั้งสองใช้ตัวบทคลาสสิคของเยอรมันอย่างไม่ครอบคลุม เพราะทั้งสองไม่เชี่ยวชาญภาษาเยอรมันเพียงพอ

เจตนาสรุปตอนหนึ่งว่า บางทีทฤษฎีตะวันตกก็กำเนิดขึ้นมาจากความเข้าใจผิด หรือตีความตัวบทผิด หรือร้ายแรงไปกว่านั้นก็คือ เกิดจากการล้อเล่น ข้อสรุปนี้แม้จะทำให้หลายคนอึ้งไปตามๆ กัน

แต่เสน่ห์ของทฤษฎีใหม่ๆ ก็อาจไม่เสื่อมคลาย ถ้าตราบใดยังสามารถส่องให้เห็นมุมใหม่ๆ ในเรื่องเก่า และสามารถใช้อธิบายงานของนักเขียนไทยบางส่วนที่วันนี้ได้พัฒนาไปไกลแล้วได้

เป็นหลากมุมมองที่ทั้งนักวิจารณ์และนักเขียนไม่ควรมองข้าม

http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.…?newsid=01…

ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบ · ลืมรหัสผ่าน · สมัครสมาชิก
ขณะนี้เวลา: 10-09-2010, 21:31:08 (UTC +07:00)