สร้างกระทู้ใหม่ · Reply
Reply · Quote readjournal (ผู้ดูแล) #1
สมาชิก : ผ่านไปแล้ว กรกฎา 2008 · 3 โพสต์
กลุ่มสมาชิก: Administrators, Members
Show profile · Link to this post
หัวเรื่อง: บทสัมภาษณ์บรรณาธิการในกรุงเทพธุรกิจ
อ่าน 'อ่าน'
http://www.bangkokbiznews.com/2008/07/15/news_276216.php
ไอดา อรุณวงศ์ บก. 'อ่าน' วารสารน้องใหม่ในเครือ 'ฟ้าเดียวกัน' เผยจุดยืนเข้ม วิจารณ์วรรณกรรม

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : ถ้าใครเป็นแฟนประจำของวารสารแนววิจารณ์สังคมและการเมืองเข้มข้นอย่าง 'ฟ้าเดียวกัน' คงได้เห็นบทวิจารณ์สังคมและการเมืองอันเข้มข้นมาเป็นปีที่ 6 แล้ว ด้วยเอกลักษณ์ที่หนักแน่นและไม่เหมือนคนอื่น ล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ ได้เกิดวารสาร 'อ่าน' เล่มใหม่ในเครือเดียวกัน ที่แวดวงนักวิจารณ์และนักอ่านทุกคนต้องจับตามองเป็นพิเศษ

จาก 'ฟ้าเดียวกัน' ถึง 'อ่าน'

แม้วัฒนธรรมการอ่านในบ้านเราอาจจะยังไม่เข้มแข็งเหมือนกับฝรั่ง ดังผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ว่า คนไทยอ่านหนังสือปีละไม่กี่บรรทัด ข้อมูลนั้นเป็นจริงมากน้อยแค่ไหนนั้น หลายคนได้พยายามตั้งคำถามกับมันตลอด 

เมื่อวัฒนธรรมการอ่านอ่อนแอก็ไม่ต้องพูดถึงวัฒนธรรมการวิจารณ์ ว่า จะเกิดขึ้นได้มากน้อยแค่ไหน

"พื้นที่ของ 'อ่าน' จึงเป็นพื้นที่ของการวิจารณ์ที่เชิงอรรถไม่มีราคาเท่าการกล้าแสดงน้ำเสียง อคติ จุดยืน (และกระทั่งรวมถึงอารมณ์ขันทั้งที่ขื่นและไม่ขื่น) และเป็นพื้นที่ของการวิจารณ์ที่ต้องสามารถตรวจสอบโต้แย้งได้ และไม่อนุญาตให้ผูกขาดการมี 'judgement fo taste' ไว้ที่อาวุโส หรือฐานันดรทางวิชาการใด 

"ทว่าทั้งหมดนี้ ต้องตั้งอยู่บนฐานของความรับผิดชอบ และรอบด้านในการกลั่นออกมาเยี่ยงงานวิชาการ และเหนืออื่นใด ต้องเป็นการวิจารณ์ที่ไม่บอดใบ้ต่อการเมืองวัฒนธรรม ที่ดำเนินไปในโลกที่แวดล้อมการอ่านนั้น แม้จะตระหนักอยู่ร่วมกันถึงข้อจำกัดในสังคม ที่เพดานการวิจารณ์ในทางการเมืองวัฒนธรรมต่ำใต้ธุลี" นั่นคือ บทนำของ ไอดา อรุณวงศ์ บรรณาธิการวารสาร 'อ่าน' ฉบับปฐมฤกษ์   

เธอเล่าถึงแนวคิดวารสาร 'อ่าน' ราย 3 เดือน ว่า

"เริ่มแรกมาจากวารสาร 'ฟ้าเดียวกัน' คือคุณธนาพล อิ๋วสกุล เคยปรึกษาว่าอยากจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรม และวรรณกรรมในฟ้าเดียวกันบ้าง แต่เนื่องจากว่าเขาไม่ถนัดเพราะปกติจะเขียนแต่เรื่องสังคมและการเมือง แรกๆ ตั้งใจจะให้เป็นส่วนเสริมในวารสารฟ้าเดียวกัน ในที่สุด ก็พัฒนามาเป็นเรื่องคล้ายๆ กับบุ๊ครีวิวฝรั่งเหมือนนิวยอร์กไทม์ เน้นการวิจารณ์หนังสือ" 

แต่เธอรู้ดีว่ามันมีข้อจำกัดเพราะบ้านเราไม่ได้มีหนังสือมากเหมือนฝรั่งอย่างนั้น

"นักวิจารณ์ฝรั่งมีคุณภาพสูงเยอะ นักเขียนเป็นนักวิจารณ์ก็ได้ เราเปิดโอกาสวิจารณ์หนังสือทุกประเภท แต่ว่าให้น้ำหนักวรรณกรรมเพราะศาสตร์เรื่องการวิจารณ์นั้น วรรณกรรมทำไว้เยอะ ลงหลักปักฐานมานาน แต่อยากให้มีวิจารณ์ภาพยนตร์ และทัศนศิลป์เข้ามาด้วย"

'วิชาการ' เพื่อความบันดาลใจ
Reply · Quote readjournal (ผู้ดูแล) #2
สมาชิก : ผ่านไปแล้ว กรกฎา 2008 · 3 โพสต์
กลุ่มสมาชิก: Administrators, Members
Show profile · Link to this post
หัวเรื่อง: บทสัมภาษณ์บรรณาธิการ
'วิชาการ' เพื่อความบันดาลใจ

นักวิจารณ์วรรณกรรมส่วนใหญ่มักจะมาจากนักวิชาการนั่นเอง งานวิจารณ์จำนวนไม่น้อยจึงค่อนข้างหนักไปทางหลักทฤษฎี ทำให้ไม่น่าอ่านหรือคนอ่านเข้าถึงได้ยาก "จริงๆ การวิจารณ์อย่างเป็นเรื่องเป็นราวนักวิชาการพยายามทำกันอยู่ แต่ว่ายังไม่มีออกมามากนักและมีข้อเสียคือมันมีกรอบที่ทำให้คนทั่วไปรู้สึกว่ามันยากไป แต่ว่าปัจจุบันในบล็อกเขาอ่านอะไรมาก็เอามาแนะนำ แสดงว่าคนรุ่นใหม่ก็สนใจอ่านอยู่แล้ว ถ้าคุณสนใจอยากวิจารณ์ก็เขียนส่งเข้ามาได้เลย เพราะอยากให้เกิดบรรยากาศการส่งงานเข้ามาเยอะๆ" บรรณาธิการกล่าว

ยิ่งถ้าได้เห็นชื่อชั้นนักวิจารณ์ในฉบับปฐมฤกษ์ด้วยแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์ อิสระ ชูศรี มุกหอม วงษ์เทศ คำ ผกา ณัฐพล ใจจริง อาดาดล อิงคะวณิช สมชาย ปรีชาศิลปกุล และธเนศ วงศ์ยานนาวา ยิ่งการันตีได้ถึงคุณภาพ 

"การเชิญคอลัมนิสต์หรือคนดังๆ มาเขียนฉบับแรก เพราะต้องการให้เห็นว่าการวิจารณ์มาตรฐานเป็นอย่างนี้ อยากได้อย่างนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นคนเหล่านี้เท่านั้น ที่เขียนงานวิจารณ์ได้ อยากจะเปิดรับคนทั่วไปมาเขียน โดยเฉพาะในเซคชั่น 'เชิญอ่าน' ในฉบับที่ 2-3 มีคนส่งเข้ามาเยอะแล้วเหมือนกัน อยากให้การวิจารณ์เกิดขึ้น คิดว่าอยากกระตุ้นบรรยากาศนี้"

วัฒนธรรมการ 'วิจารณ์' ในความหมายของเธอคือผู้วิจารณ์ต้องรับผิดชอบต่อการวิจารณ์นั้นด้วย

"ไม่ได้พูดง่ายๆ ต้องถึงกึ๋นด้วย วิจารณ์ได้รอบด้าน รายละเอียดครบถ้วน อย่างวรรณกรรมถ้าจำเป็นต้องเชื่อมโยงไปถึงสังคมก็ต้องไปถึง ถ้าเป็นลงรายละเอียดวรรณกรรมหรือเทคนิคมากๆ วารสารวิชาการก็มีอยู่แล้ว แต่วารสาร 'อ่าน' จะเป็นวิชาการเต็มรูปไม่ได้ แต่เราพยายามเอาวิชาการออกมาโลกภายนอกมากขึ้นต่างหาก คล้ายๆ กับดึงนักวิจารณ์เหล่านี้ออกมาอยู่เป็นกลุ่มเป็นก้อนเดียวกัน"

ในบทนำหนังสือเธอยังเน้นว่าเป็น 'งานวิชาการเพื่อความบันดาลใจ'

"เราไม่ต้องการทำให้มันหนักแน่นด้วยการอ้างทฤษฎี แต่พยายามจะเอางานวิจารณ์ออกมาสู่โลกภายนอก เพียงแค่เรียกร้องความจริงจังมากขึ้น คุณรู้สึกอะไรกับมัน คิดยังไง ขอให้ถ่ายทอดออกมา การ์ตูนก็วิจารณ์ได้ นิยายรักแนวไหนได้หมด ขึ้นอยู่กับว่าเราอ่านมันอย่างไรมากกว่า คงไม่ได้เปิดให้คิดยังไงก็ได้เหมือนบล็อก ต้องมีกระบวนการกลั่นกรองขึ้นมาอีกหน่อย

จริงๆ ความรู้สึกกับความคิดไม่ได้แยกจากกันขนาดนั้น ถ้าอ่านแล้วสามารถถ่ายทอดออกมาได้ มันก็จะส่งผลกับคนอ่านด้วย งานวิจารณ์ดีๆ ก็สามารถสร้างความบันดาลใจได้ ไม่เฉพาะบทกวีหรืองานเขียนอื่นๆ อยากให้เขียนออกมาจากความรู้สึก แต่ว่ากระตุ้นความคิดได้"
Reply · Quote readjournal (ผู้ดูแล) #3
สมาชิก : ผ่านไปแล้ว กรกฎา 2008 · 3 โพสต์
กลุ่มสมาชิก: Administrators, Members
Show profile · Link to this post
หัวเรื่อง: บทสัมภาษณ์บรรณาธิการ
อยู่อย่าง 'อ่าน'

ด้วยภาวะเศรษฐกิจรัดเข็มขัดอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ การที่หนังสือเล่มหนึ่งจะยืนหยัดอยู่ได้โดยไม่อิงโฆษณาคงเป็นไปได้ยาก แต่วารสาร 'อ่าน' ยืนยันว่าตอนนี้ยังไม่มีโฆษณาแน่นอน 

"คิดว่าจะใช้หลักการเดียวกับวารสารฟ้าเดียวกัน เพราะเมื่อก่อนอาจจะลำบากหน่อย แต่ตอนนี้สามารถเลี้ยงตัวเองได้ นั่นคือรับผลิตหนังสือออกมา ผลิตสินค้าแนวอื่น แต่ไม่รับโฆษณาทั่วไป เพราะยังไม่อยากจะเร่งประนีประนอม ลองทำไปสักพักหนึ่งก่อน ถ้าโชคดีอย่างฟ้าเดียวกันมันก็จะสามารถเลี้ยงตัวเองได้ หวังยอดสมาชิกเพิ่มขึ้น

"ทุกวันนี้ รัดเข็มขัดทุกอย่างอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบริหาร ใช้คนน้อยมาก บางทีนักเขียนบริจาคเงินคืน เพราะเขาอยากสนับสนุนเวทีตรงนี้ คล้ายๆ กลุ่มกิจกรรมอาสามากกว่า ถ้ามีสมาชิกได้จะดีมาก เพราะเล่มหนึ่งราคาสูง (200 บาท) ถ้าเป็นสมาชิกจะลดลงเหลือครึ่งหนึ่งต่อปี ตอนแรกคงต้องช่วยๆ กันไปแบบนี้ก่อน ทั้งฝ่ายผู้ผลิต ผู้ซื้อ และผู้อ่าน"

เธอบอกว่าตอนนี้ยอดสมาชิกมีเข้ามาเรื่อยๆ และเริ่มมีคนพูดถึงหนังสืออยู่บ้าง โดยเฉพาะถ้าเป็นแหล่งคนสนใจด้านวรรณกรรมก็จะขายดีเป็นพิเศษ แต่ยังไม่ถือว่าฮือฮามาก แต่ว่าถ้าเป็นกลุ่มเป้าหมายนักอ่านจะพูดกันมากพอสมควร จริงๆ อยากให้คนสนใจการอ่านและเข้าถึงการวิจารณ์ 

"วางจุดขายไม่ให้ทับทางคนอื่น ไม่ซีเรียสว่าต้องขยายตลาดแข่งกัน แต่อยากจะทำเวทีเพื่อบรรยากาศการวิจารณ์ คิดว่าหนังสือแนวนี้มีอยู่น้อยเกินไปด้วยซ้ำ อย่างถ้าเป็นรายสัปดาห์อาจจะทันต่อเหตุการณ์ เหมาะกับการเจาะปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น แต่รายสามเดือนไม่สามารถเล่นกับสถานการณ์ได้มาก แต่เป็นวิจารณ์ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ต้องถอยระยะห่างออกมาพอสมควร แต่ละเล่มจะมีลักษณะเด่นเฉพาะของมัน ต่างคนคนต่างช่วยผลักดันการอ่าน"

กลุ่มคนอ่านเรียกว่าเป็นคนอยู่กับวัฒนธรรมการอ่าน "กลุ่มกว้างๆ ยังไม่ได้ชัดเหมือนกัน วารสารให้ความสำคัญกับการอ่านอย่างจริงจัง ผู้อ่านก็ต้องมีลักษณะเป็นนักอ่าน นักอ่านทั่วๆ ไปก็ได้ คนเราไม่ต้องซีเรียสตลอดเวลาก็ได้ แต่ว่าถ้าจะซีเรียสขึ้นมาบ้าง หนังสือแบบนี้บางช่วงก็ซีเรียสได้"

ส่วนพอคเก็ตบุ๊คแนวนี้เธอบอกว่ายังอยู่ในระหว่างการผลิต คาดว่าจะออกมาทันช่วงงานสัปดาห์หนังสือปีนี้ เล่มแรกจะเป็นหนังสือรวมบทวิจารณ์ของอาจารย์นพพร ประชากุล เพื่อรำลึกถึงในฐานะนักวิจารณ์วรรณกรรม นอกจากนั้น ก็เป็นงานลักษณะรวมบทวิจารณ์ออกมาอีก 

สุดท้ายเธอเลี่ยงไม่ได้ที่จะวิพากษ์วัฒนธรรมการวิจารณ์ในบ้านเราว่า

"ปัญหาวัฒนธรรมการวิจารณ์บ้านเราคือมันมีการ 'ลูบหน้าปะจมูก' แม้แต่ในวงการของเราเอง การวิจารณ์มันคือการมองงานสาธารณะด้วยการให้เกียรติ แต่บางทีเอาเข้าจริงก็คือการขายหนังสือ มันเป็นเรื่องผลประโยชน์ กลัวถูกโจมตีถูกวิจารณ์ไม่ดี ในเชิงเนื้อหาถ้าจะไปแตะการเมือง วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ก็ต้องแตะได้ มองหาความจริงบางอย่างในงานเขียน ไม่ว่าผู้เขียนตั้งใจจะส่งออกไปหรือไม่"

ด้วยเนื้อหาอัดแน่นจนบางครั้งยากที่จะอ่าน แต่ด้วยลักษณะงานบทความมันจึงเลี่ยงลำบาก

"มันเป็นความจงใจทดลองอย่างหนึ่ง อ่านเป็นอ่าน คุณต้องพร้อมจะอ่าน เพราะมันไม่ใช่หนังสืออ่านรอกินกาแฟ ช่วงอาทิตย์หนึ่งอ่านวันไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องอ่านหนังสือหลายบรรทัดต่อปี ถ้าไม่สามารถจะอ่านได้ 

นี่เป็นการทดลองว่า ตัวหนังสือเยอะเพื่อให้เป็นหนังสือที่คุณต้องอ่านได้ตลอดสามเดือน"

เรื่อง : พรชัย จันทโสก
Reply · Quote ก้านธูป (ผู้มาเยือน) #4
No profile available.
Link to this post
ธูปอ่านวารสาร ฅ.คน ฉบับ เดือน กรกฎาคม
เห็นวารสารอ่านขึ้นหน้าหนังสือแนะนำด้วยค่ะ
สงสัยจะ"อ่าน"น่าอ่านจริงๆ
กระแสแรงเหลือเกิน
ปิด ลดขนาด – เพิ่มขนาด + ตอบกลับโพสต์นี้:
การยืนยัน: VeriCode กรุณาใส่รหัสตามในภาพที่ปรากฏลงในช่อง เพื่อยืนยันการมีตัวตน
ใส่ Emotion: :-) ;-) :-D :-p :blush: :cool: :rolleyes: :huh: :-/ <_< :-( :'( :#: :scared: 8-( :nuts: :-O
อักษรพิเศษ:
สร้างกระทู้ใหม่ · Reply
ไปที่หมวด

ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบ · ลืมรหัสผ่าน · สมัครสมาชิก
ขณะนี้เวลา: 06-01-2009, 07:09:27 (UTC +07:00)