แนะนำนักเขียน

คำ ผกา

หล่อนอ่าน-Ms.Read

ในหนังสือรวมบทวิจารณ์ชื่อ กระทู้ดอกทอง (แพรวสำนักพิมพ์ 2546) ของ คำ ผกา นพพร ประชากุลได้เริ่มต้นคำนำเสนอของเขาไว้ว่า “สิ่งแรกที่ผู้อ่านงานวิจารณ์วรรณกรรมของคำ ผกา จะได้สัมผัสคือ โทนเสียงของผู้หญิงสมมติคนหนึ่ง ซึ่งแทนตัวเองด้วยคำว่า ‘ฉัน’ แล้วคุยถึงเรื่องสั้นและนวนิยายด้วยลีลาที่จัดจ้าน หวือหวา และก๋ากั่น” นอกเหนือจาก “ยุทธวิธี” ทางการเขียนในลักษณะดังกล่าวแล้ว เหตุผลสำคัญที่ทำให้เราชวน “หล่อน” มา “อ่าน” ประจำในที่นี้ คือคุณภาพของการวิจารณ์ที่นพพร ประชากุลยังเสนอไว้ว่า เป็นงานวรรณกรรมวิจารณ์แนวสตรีนิยม “ที่กระทำอย่างจริงจังและต่อเนื่อง” และ “มีความซับซ้อน แหลมคมและไปไกลกว่างานวิจารณ์แนว ‘เฟมินิสต์’ ตามที่รับรู้กันทั่วไป” ทว่าซ่อนมาในสไตล์การวิจารณ์ที่ “สร้างความรู้สึกลวงว่าคำวิจารณ์ต่างๆนั้นออกมาจากปากผู้หญิงธรรมดาๆคนหนึ่ง ซึ่งแม้จะไม่ใช่กุลสตรี แต่อย่างน้อยก็ไม่ใช่ผู้คงแก่เรียน”

ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์

อ่านใหม่ หรือ Reread

ผศ. ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์ หัวหน้าภาควิชาวรรณคดีอังกฤษ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เจ้าของผลงานหนังสือรวมบทวิจารณ์ ที่ยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักอ่านนักวิจารณ์ร่วมสมัยมาจนถึงทุกวันนี้ คือ คนกับหนังสือ (สารคดี, 2536) และ อ่าน (ไม่) เอาเรื่อง (คบไฟ 2545 และ 2548)

“ผมไม่เชื่อว่า “การอ่าน” วรรณกรรมมีแค่วิธีเดียว ทั้งไม่เชื่อด้วยว่าวรรณกรรมจะตีความได้แค่ความหมายเดียว…แต่ละความหมาย แต่ละการตีความของผู้อ่าน ล้วนมีความชอบธรรมโดยตัวมันเอง…สิ่งเดียวที่เราพอจะพูดได้ในการตีความวรรณกรรมแต่ละแนวทางแต่ละความหมายก็คือ มันช่วยทำให้เรารู้ว่าผู้ตีความวรรณกรรมนั้นคิดและมีสมมติฐานอะไรบ้าง” (คนกับหนังสือ)

ณัฐพล ใจจริง

อ่านย้อนเกร็ด

ไม่เพียงเป็นนักเลงหนังสือเก่า แต่ณัฐพลยังสามารถสังเคราะห์ข้อมูลที่หลากหลายกระจัดกระจาย ให้กลายมาเป็นงานวิชาการชิ้นสำคัญเกี่ยวกับบทบาทของเครือข่ายฝ่ายนิยมเจ้า ไม่ว่า “การรื้อสร้าง 2475: ฝันจริงของนักอุดมคติ ‘น้ำเงินแท้’” (ศิลปวัฒนธรรม. ธันวาคม 2548), “การปฏิวัติ 2475 และ ‘รอยัลลิสต์’: การเมืองไทยกับระบอบกลายพันธุ์.” (รัฐศาสตร์สาร. มกราคม-เมษายน 2550) หรือ “คว่ำปฏิวัติ-โค่นคณะราษฎร”: การก่อตัวของ “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (ฟ้าเดียวกัน. มกราคม-มีนาคม 2551)

อ่านย้อนเกร็ด คือความพยายามจะสร้างสมความรู้ด้านประวัติศาสตร์การผลิตหนังสือและฐานะทางการเมืองของหนังสือเหล่านั้นไปด้วยในคราวเดียวกัน

พิภพ อุดมอิทธิพงศ์

อ่านคนจากคำ

นักแปลและคอลัมนิสต์อิสระ มีผลงานในวารสารจำพวกวารสารทางเลือกเช่นปาจารยสาร มาอย่างยาวนาน ผลงานแปลรวมเล่มก็เป็นผลงานที่เน้นการนำเสนอปัญหาและคำตอบใหม่ๆในท่ามกลางกระแสสากล เช่น รั้วแห่งการกักกัน หน้าต่างแห่งโอกาส ของนาโอมี ไคลน์ (โกมลคีมทอง 2546) ทำเมืองให้น่าอยู่ ของเฮอร์เบิร์ต จิราเดต์ (โกมลคีมทอง 2546) จดหมายจากพม่า (อองซาน ซูจี โกมลคีมทอง 2540)

โดยอาศัยทักษะความเป็นนักแปล ประกอบกับมีความสนใจศึกษาในเรื่องประวัติชีวิตของบุคคล จึงได้เสนอที่จะลองอ่าน “คน” จากถ้อยคำอันเป็นแรงบันดาลใจสำหรับนักอ่านในแต่ละยุคสมัย

มุกหอม วงษ์เทศ

อ่านผิด-Misread

“ไม่ใช่ [นักเขียน] ดาวรุ่งหรอกค่ะ เดี๋ยวก็ตายแล้ว…ถ้าเกียจคร้านก็จะวนเวียนอยู่ในที่เดิมๆ ถ้าเบื่อหน่ายก็ออกไปโน่นไปนี่ แล้วถ้าไม่ต้องคิดอะไรได้ก็ดี… เป็นคนเฉื่อย ส่วนใหญ่เวลาทำอะไรมักทำแบบกะทันหัน ไม่ค่อยวางแผนอะไรยาวๆ บางทีก็ไม่รู้จะทำไปทำไม”

คุณสมบัติดังกล่าวข้างต้นนี้ ทำให้เราแน่ใจได้ว่านี่คือผู้เหมาะสมแก่การอ่านที่ชวนให้กังขาในเจตนา ดังที่ผู้เขียนตั้งชื่อมาเองว่า “อ่านผิด”

เรณู ปัญญาดี

ผู้ให้กำเนิดการ์ตูนชุดระกากับราณี อันเป็นที่กล่าวขวัญจาก แบบเรียน (กึ่ง) สำเร็จรูป ทั้งยังฝากฝีมือไว้ในคำนำหนังสือ มหาวิทยาลัยเที่ยงวัน ของนิธิ เอียวศรีวงศ์ ด้วยเนื้อหาที่ไมเคิล ไรท บอกว่า “ขบขัน คมคาย และเหี้ยมโหดไม่น้อย” และด้วยสไตล์เฉพาะตัวที่นิธิเคยจัดประเภทไว้ว่าเป็นบทความตูน

การ์ตูนของเรณูคือภาพนิ่งที่เป็นความเคลื่อนไหวในตัวเองและเล่าเรื่องได้ อาศัยการสร้างสัมพันธบทโดยการนำรูปแบบการ์ตูนเก่าๆมาตีความใหม่ เพื่อเสนอเนื้อหาทางความคิดที่ตอบตรงต่อประเด็นร่วมสมัย

อาดาดล อิงคะวณิช

อ่านภาพ

เบ: จะให้แนะนำตัวเมว่าไงดี ตอนนี้สอนประจำอยู่มหาลัยไหนในอังกฤษนะ แล้วจบดอกเตอร์ด้านฟิล์มมาจากไหนนะ
เม: ไม่เอา ไม่ต้องแนะนำแบบนั้น
เบ: แล้วจะให้บอกว่าไง
เม: อืม เอางี้ “ดร.อาดาดล อิงคะวณิช อยากเป็นกะเทย”
เบ: พูดแบบนี้แปลว่าละวลีที่สองไว้ อยากเป็นกะเทย — แต่ไม่อยากเป็น หรือดีกว่าเป็นอะไร
เม: ดีกว่าเป็น — ภาษาไทยมีคำไหนที่ใช้เรียกนักวิชาการแมนๆไหม
เบ: นึกไม่ออก
เม: งั้นก็เหลือไว้แค่อยากเป็นกะเทยแล้วกัน

อิสระ ชูศรี

รีดเดอร์แลนด์

อาจารย์ประจำสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้เคยมีผลงานด้านวรรณกรรมเข้ารอบชิงรางวัลซีไรต์ (คน สัตว์ สิ่งของ, Good Old Days. 2539) และเคยมีผลงานวิจารณ์ด้านวรรณกรรมและวัฒนธรรมอย่างโดดเด่นและต่อเนื่องในช่วงสิบกว่าปีก่อนหน้านี้

อุทัยวรรณ เจริญวัย

อ่านเทศ

เจ้าของบทกวีประเภทกลอนเปล่าขวัญใจ อาทิตย์รายสัปดาห์<ฝem> ในช่วงพีคของนิตยสารระหว่างปี 2539-2541 ด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยว กัดลึก กระแทกกระทั้นต่อผู้อ่านให้หันมาตระหนักถึงปัญหาการเมืองของสิ่งแวดล้อมและนิเวศวิทยา ก่อนที่จะได้รับการรวมเล่มต่อมาในชื่อ กาลกิณีกลียุค<ฝem> (สมาพันธ์, 2541) ปัจจุบันเป็นที่รู้จักจากเว็บไซต์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนและประชาไท ในฐานะและผู้สื่อข่าวอิสระเพียงน้อยคนในเมืองไทยที่ติดตามปัญหาตะวันออกกลางอย่างจริงจัง ด้วยท่วงทำนองเฉพาะตัวเช่นเดิม และเป็นผู้หนึ่งที่จะมาอ่านภูมิภาคเพื่อนบ้านใน “อ่านเทศ”