ความเลอเลิศของกะทิ
คำ ผกา | หล่อนอ่าน Ms.Read
ผู้เขียนเห็นด้วยว่า ความสุขของกะทิ นั้นเป็นวรรณกรรมแสน “สะอาด” สะอาดเสียจนอดคิดไม่ได้ว่า เฮ้ย! โลกอะไรมันจะงดงามขนาดนั้น ขนาดแม่จะตายก็ยังสวย แม่จะตายก็ยังสุข แม้จะสุขแบบซ่อนความเศร้าไว้ลึกๆ แต่มันช่างห้อมล้อมไปด้วยละอองแห่งความงาม เหงา เงียบ เรียบง่าย คนรอบข้างกะทิก็ช่างเป็นทั้งคนดี คนตลก น้าอะไรต่อมิอะไรก็เป็นคนที่รักแม่ และแม่รัก จนกระทั่งเผื่อแผ่ความรักอันมากมายมาที่กะทิ จนกระทั่งเลยเถิดไปจนถึงการแอบถามตัวเองอยู่ในใจว่า ผู้เขียนวรรณกรรมชิ้นนี้ จงใจที่จะให้กะทิสะอาด หมดจดขนาดนั้นหรือ เธอเห็นแต่แง่งามของโลกอย่างคนไม่รู้จักโลก และตลอดชีวิตไม่เคยพานพบความทุกข์ หรือคนเลวๆ บ้างหรืออย่างไร
แต่เมื่อลองอ่าน กะทิ ในรอบที่สอง สาม และสี่ จึงบังเกิดอาการฉุกใจว่า คนเขียนไม่ได้โง่ หรือไร้เดียงสา ขนาดจะไม่รู้ว่าโลกและชีวิตจริงเป็นอย่างไร แต่เขาบรรจงสร้างกะทิ โลกของกะทิ และผู้คนที่อยู่รายล้อมตัวกะทิ มาอย่างชนิดที่ว่าหากเป็นภาพวาด องค์ประกอบทั้งหมดมันลงตัวเป๊ะๆ และไม่มีจุดไหนเลยที่เรียกว่า “ไม่ตั้งใจ” ทุกอย่างถูกดีไซน์มาแล้วอย่างละเอียด ทั้ง ตัวละคร ฉาก และแต่ละถ้อยคำที่นำมาร้อยกันเป็นประโยค เป็นย่อหน้า เป็นเรื่อง
…
ความสุขของกะทิ บรรจุทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเชื่อ หลงใหล และหลงคิดว่ามันคือความจริงไว้อย่างหมดจดอย่างไม่น่าเชื่อว่ามันอยู่ในหนังสือที่มีความยาวเพียง 118 หน้า

October 4th, 2008 at 4:37 pm
มันขำตรงว่า เกือบทุกคนในเรื่อง โฟรไฟล์ดีค่อดๆ
ตายายชาวชนบท แท้แล้วเป็นอดีตที่ปรึกษากฎหมายระดับสุดยอด ปลอมตัวมาหาความสงบสันโดษ
ขนาดเด็กวัดยังต้องได้ทุนไปเรียนต่ออะเมริกา !!!
แถมยังเป็นทุนสะอาดๆ ไม่ใช่ทุน “ทักษิณประชานิยม” ที่ถูกเหยียดหยามอีกแหะ
November 13th, 2008 at 8:51 am
อ่าว ผมเข้าใจว่า “ความสุขของกระทิ” เป็นเรื่องของผู้ชายวัยกลางคน ที่มีความฝันอยากเป็นผู้ยิ่งใหญ่คับฟ้า เลยออกมาประท้วงจนมีผู้คนมองเห็นถึงพลังอันยิ่งใหญ่ในตัวของเขา ท้ายที่สุด เขาได้กลายเป็นเจ้าลัทธิ “กระทิรู้ดี” ขึ้นมาเป็นผู้ปกครองประชาชน นึกว่าเรื่องเป็นแบบนี้นะเนี่ย…???
November 26th, 2008 at 11:04 pm
ผมซื้อแล้ว
อ่านสองรวดจบ
ชอบคำว่า”ทะลวงอ่าน”นิ
ฝากคารวะเจ๊คำด้วยผกา อิ
January 9th, 2009 at 5:07 pm
หนังสือเด็กจะให้เป็นไงละหรือว่าต้องให้อาเอากับกะทิ หรือว่าสวิงกิ้งกับปู่ ชนิดที่เรียกว่าหีแหกควeหักกันไปข้าง
January 9th, 2009 at 11:59 pm
ครั้งแรกที่ได้อ่านความสุขของกะทิ ฉันนึกว่ากำลังอ่านวรรณกรรมแปลของนักเขียนเยอรมันที่คุณงามพรรณเคยแปล ฉันคิดว่าภาษาที่เขียนรวมถึงเนื้อเรื่องมีกลิ่นนวนิยายเยอรมันหลายๆ เล่ม
เมื่อฉันอ่านจบลงก็คิดเหมือนคุณ โลกนี้ไม่ได้สวยงามเท่าที่คิด หากเราใส่ภาพโลกสวยงามให้เด็กจนเกินไป โตขึ้นเวลาเด็กเจอเรื่องอะไรไม่ดี ทุกอย่างไม่เป็นที่หวัง คนรอบข้างไม่ได้เป็นอย่างพี่ทอง คงล้มเหลว พาลประชดจบชีวิตไปก็อาจจะเป็นไปได้
ต่อมาฉันเอาหนังสือเล่มนี้ไปให้หลานฉันอ่าน หลานฉันอ่านไม่รู้เรื่อง เอาให้เพื่อนหลานอ่านก็ไม่เข้าใจ (เด็ก ป.5) สิ่งเหล่านี้ทำให้ฉันฉุกคิดขึ้นมาว่า ภาษาที่เขียนมันยากเกินไปหรือเปล่าสำหรับเด็ก
การให้รางวัลเป็นวรรณกรรมเยาวชนเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ตัดสิน เคยไหมเอาเด็กมาสัก 100 คน มาทำวิจัย สอบถามแล้วให้ตัดสินชอบกันเอง
February 4th, 2009 at 1:01 pm
ความสุขของกระทิอ่านแล้วมีความรู้สึกว่าชีวิตเรียบง่าย
มีบ้านริมคลอง อ่านแล้วมีความสุข แต่สงสารกระทิกับแม่
มากเลย…..สวนตามหาพระจันทร์ก็สนุกเหมือนกัน
เป็นเล่มต่อของความสุขของกระทิ….
ชอบมากคะ ขอชื่นชมหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือน่าอ่านจริงๆ
February 13th, 2009 at 9:21 am
ยังไม่ได้อ่านเลย เรื่องความสุขของกระทิ แต่อ่านจากที่คุณคำ ผกา เขียน ทำให้นึกถึง มานี มานะฯลฯ สมัยเด็กๆ อยากให้มีแบบนั้นจริงๆๆๆๆๆๆๆๆ อาจจะไม่ใช่โลกของความเป็นจริงซักเท่าไร แต่ก็ชอบเอาเก็บไปคิดเงียบๆ
August 14th, 2009 at 12:43 pm
ไม่น่าเชื่อว่ามีใครอ่านเรื่องนี้ถึง 4 รอบ!
บทวิจารณ์อ่านสนุกกว่า ตัวบทเสียอีก
แต่อยากจะเดาว่าผู้เขียน ไม่ได้คิด+วางแผนแยบยล อย่างที่คุณคำผกาวิเคราะห์(ทางชนชั้น)ออกมา
คิดเล่นๆ ว่าถ้าเด็กหญิงกะทิ เป็นเพื่อนกับ เด็กชายกำพล ช่างสำราญ คงสนุกดี
September 9th, 2009 at 8:59 pm
ยังไม่เคยอ่าน ไม่เคยดูหนังเลย แต่อยากลองอ่านเหมือนกันครับ มันต้องสนุกแน่เลย
มันจะเหมือนเจ้าชายน้อยไม่น้า…….
ผมอ่านเจ้าชายน้อยตั้งแต่ ม.2ตอนนี้ผม ม.4และครับ
ความต้องการขั้นอุดมการณ์ของกระทิเป็นอย่างไรนะ น่าอ่านจริงๆ